
เฟดรุดสอบแบงก์ทั่วโลกคุมเทรดค่าเงินหลวม
เฟดรุดสอบนักค้าค่าเงินแบงก์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก หลังสงสัยว่ามีการรวมหัวกันบิดเบือนแลกเปลี่ยนค่าเงิน
เฟดรุดสอบนักค้าค่าเงินแบงก์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก หลังสงสัยว่ามีการรวมหัวกันบิดเบือนแลกเปลี่ยนค่าเงิน
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำเนินการสืบสวนนักค้าค่าเงินในธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ของโลกหลายแห่ง เพื่อพิสูจน์ว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับการบิดเบือนกลไกตลาดอัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศหรือไม่ ท่าทีดังกล่าวสร้างความเสี่ยงแก่ธนาคารที่เกี่ยวข้องว่าอาจโดนลงโทษฐานหละหลวมในการควบคุมการซื้อขายค่าเงิน
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเรื่องเผยกับบลูมเบิร์ก ว่า การลุกขึ้นมาตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการค้าขายแลกเปลี่ยนค่าเงินของเฟดในครั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากทางการของอังกฤษอีกด้วย เพื่อตรวจสอบว่านักค้าค่าเงินได้มีการแชร์ข้อมูล ซึ่งอาจนำไปสู่การบิดเบือนกลไกการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงถึง 5.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 174.9 ล้านล้านบาท) เพื่อทำผลกำไรให้กับตนเองหรือไม่
ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินระหว่างประเทศของดับเบิลยูเอ็มและรอยเตอร์สที่นิยมใช้กันทั่วโลก จะโดนกำหนดโดยคำสั่งซื้อของเหล่าเทรดเดอร์ในช่วงเวลานาทีที่ยาวนาน หรือที่เรียกกันว่า “ฟิกซ์” ในทุกๆ 4 โมงเย็นที่ตลาดลอนดอนทุกวัน
ทว่ากระบวนการดังกล่าวมีช่องโหว่อยู่ เนื่องจากนักค้าค่าเงินจะมุ่งให้ความสนใจในคำสั่งซื้อขายในช่วงก่อนและระหว่างหน้าต่าง 60 วินาที เนื่องจากเป็นช่วงจังหวะที่เหล่าเทรดเดอร์จะสามารถขยับอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นและลงได้ โดยกระบวนการนี้รู้จักกันในวงการการเงินว่าเป็นกลวิธี “การเคาะปิด”
ผลการสำรวจจากยูโรมันนี อินสติติวท์ชันแนล อินเวสเตอร์ ระบุว่า ปัจจุบันธนาคารยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายแห่ง เช่น ธนาคารดอยช์แบงก์ เอจี, ซิตี้ กรุ๊ป, บาร์เคลย์, และยูบีเอส ต่างควบคุมการเทรดค่าเงินต่างประเทศมากกว่า 50% ของที่มีการทำการซื้อขายกันอยู่







