
แนะเปิดด่านเอกชน
จี้รัฐเจรจาเพื่อนบ้านขยายเวลาด่านค้าชายแดน หนุนเปิดด่านเอกชนเพิ่ม ดันมูลค่าแตะ 1 ล้านล้าน
จี้รัฐเจรจาเพื่อนบ้านขยายเวลาด่านค้าชายแดน หนุนเปิดด่านเอกชนเพิ่ม ดันมูลค่าแตะ 1 ล้านล้าน
นายนิยม ไวยรัชพานิช ประธานคณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ปี 2556 มีมูลค่ารวม 9.2 แสนล้านบาท ไม่ถึงเป้าหมายที่ภาครัฐวางไว้ 1 ล้านล้านบาท หากต้องการให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและเร่งขจัดอุปสรรค เช่น ปรับปรุงด่านที่แออัดเพื่อให้มีความคล่องตัวและช่วยเพิ่มปริมาณการค้า เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านขยายเวลาเปิด-ปิดด่าน
นอกจากนี้ รัฐควรสนับสนุนให้เอกชนเปิดด่านนำเข้า-ส่งออกชั่วคราวตามกฎหมายกรมศุลกากร มาตรา 5 ทวิ และมาตรา 7 วงเล็บ 3 บริเวณด่านถาวร และจุดผ่อนปรน หรือบริเวณชายแดนที่มีศักยภาพ เช่นเดียวกับที่ อ.แม่สอด จ.ตาก
ทั้งนี้ สาเหตุที่ภาคเอกชนต้องการผลักดันให้เปิดด่านเยอะๆ เพราะรู้ว่าหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) การค้าชายแดนจะมีความสำคัญและเติบโตมากขึ้น เพราะขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านเริ่มพัฒนาระบบเศรษฐกิจมากขึ้น และไทยก็อยู่กลางเส้นทางโลจิสติกส์ รวมทั้งประเทศเหล่านี้ยังนิยมซื้อสินค้าและบริการจากไทยมากกว่า แต่หากไทยไม่เพิ่มความสะดวกก็อาจทำให้เสียเปรียบได้
“การเปิดด่าน หมายถึง การเร่งยกระดับจุดผ่อนปรนเป็นด่านถาวร ไม่ใช่ต้องเปิดด่านถาวรทั้งหมด เพราะไทยมีพรมแดนติดกับเพื่อนบ้านกว่า 4,000 กิโลเมตร ก็ไปดูว่าบริเวณไหนที่มีศักยภาพ และสนับสนุนให้เอกชนเปิดเป็นคลังสินค้าชายแดนเพื่อนำเข้าและส่งออก โดยอาศัยกฎหมายของกรมศุลกากร เช่นเดียวกับที่ อ.แม่สอด จ.ตาก แม้สะพานมิตรภาพไทย-พม่าจะมีปัญหาความแออัด แต่มีมูลค่าการค้าชายแดนปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท เพราะมีด่านเอกชน 23 ด่าน” นายนิยม กล่าว
นางนฤมล ขรภูมิ ประธานกรรมการหอการค้า จ.ระนอง กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งลดขั้นตอนต่างๆ ในการนำเข้า-ส่งออกที่ล่าช้ากว่าเพื่อนบ้าน โดยมีขั้นตอนต่างๆ รวมกว่า 20 ขั้นตอน และต้องผ่านหลายหน่วยงาน อีกทั้งมีปัญหากีดกันสินค้าที่ผลิตตรงกัน รวมถึงการทุจริตของเจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆ ที่ต้องพัฒนาให้เป็นสากล มีระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้ จ.ระนอง กำลังผลักดันการค้าชายแดนไทย-พม่า ด้านจ.ระนอง-เกาะสอง เพื่อเป็นศูนย์ขนส่งสินค้าทางทะเลฝั่งอันดามัน







