
ไม่เชื่อมั่น
รัฐบาลยูเครนภายใต้การนำของประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช ได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญกับรัสเซีย และอ้างว่าเป็นข้อตกลงที่ช่วยให้ประเทศพ้นจากความเสี่ยงล้มละลายได้ โดยมีสาระสำคัญ 2 ประการ คือ
รัฐบาลยูเครนภายใต้การนำของประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช ได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญกับรัสเซีย และอ้างว่าเป็นข้อตกลงที่ช่วยให้ประเทศพ้นจากความเสี่ยงล้มละลายได้ โดยมีสาระสำคัญ 2 ประการ คือ
1.รัสเซียจะซื้อพันธบัตรยูเครนในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
2.รัสเซียจะลดราคาก๊าซธรรมชาติให้จาก 400 เหรียญสหรัฐ/1,000 ลบ.ม. ลงเหลือ 268.5 เหรียญสหรัฐ
แม้จะดูเอื้อประโยชน์ให้แก่ประเทศ ทว่าข้อตกลงฉบับนี้กลับไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้ประท้วงได้ เนื่องจากฝ่ายผู้ชุมนุมไม่เชื่อว่ารัสเซียจะยอมให้ผลประโยชน์เช่นนี้โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน
สิ่งที่ฝ่ายต่อต้านเป็นกังวลก็คือ รัฐบาลจะไม่กลับไปจับมือทำข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) แต่จะหันไปทำข้อตกลงสหภาพศุลกากรกับรัสเซียแทน ซึ่งรัสเซียกำลังพยายามฟื้นการรวมกลุ่มมิตรเก่าสมัยสหภาพโซเวียตขึ้นอีกครั้ง โดยจับมือทำข้อตกลงไปแล้วกับเบลารุสและคาซัคสถาน
ทั้งนี้ ยูเครนเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มสหภาพโซเวียต โดยถือเป็นประเทศใหญ่อันดับ 2 รองจากรัสเซีย ปัจจุบันประชาชนกลุ่มใหญ่ที่มีแนวคิดก้าวหน้าต้องการให้ประเทศเปลี่ยนขั้วพันธมิตรไปเข้ากับฝ่ายยุโรปตะวันตก ซึ่งมองว่ามีระดับของการพัฒนาที่สูงและมีความโปร่งใสในการบริหารงานต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ยูเครนก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืน







