
มะกันรอด 'วิกฤตชัตดาวน์' เปิดทางเฟดหั่นคิวอี
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจสำคัญรอบสัปดาห์ คงหนีไม่พ้นความคืบหน้าทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจสำคัญรอบสัปดาห์ คงหนีไม่พ้นความคืบหน้าทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ภายหลังจากบรรดาผู้นำการเจรจางบประมาณในสภาคองเกรสสหรัฐของทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน สามารถบรรลุข้อตกลงในรายละเอียดของร่างงบประมาณการเงินประจำปี 20142015 ได้สำเร็จ ส่งผลให้สหรัฐสามารถรอดพ้นภาวะปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง (กอฟเวิร์นเมนต์ ชัตดาวน์) ซึ่งอาจเกิดขึ้นอีกครั้งในกลางเดือน ม.ค. 2014
ภายใต้ร่างดังกล่าว จะจำกัดการใช้นโยบายการเงินของรัฐบาลในปี 2014 ไว้ที่ 1.012 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และ 1.014 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015 พร้อมยกเลิกมาตรการตัดลดงบประมาณโดยอัตโนมัติ (ซีเควสเตรชัน) ตลอดจนตั้งเป้าตัดลดยอดขาดดุลราว 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมสนามบิน แต่ไม่มีการปรับขึ้นภาษี
การยุติการงัดข้อระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐ นับเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ผลักดันให้บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเมืองลุงแซมในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะขยายตัว 1.5% ก่อนทะยานแตะ 2.5% ในไตรมาสแรกของปี 2557 และ 3% ในช่วงปลายปี
แนวโน้มสภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้นจากพื้นฐานทั้งตลาดจ้างงาน การใช้จ่ายผู้บริโภค และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าอาจเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการใช้มาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี 3) ภายในเดือน มี.ค. 2557
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนเชื่อว่ายังคงมีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจตัดสินใจปรับลดวงเงินการซื้อคืนสินทรัพย์จากเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในการประชุมเฟดที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 1718 ธ.ค.นี้
ความเป็นไปได้ของการชะลอการดำเนินมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของธนาคารกลางสหรัฐ กดดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลงแรงที่สุดในรอบเดือนปิดที่ 15,843.53 จุด







