
เดือด! ม็อบยูเครนปะทะตำรวจ
เดือดไม่แพ้ไทยแลนด์! ผู้ประท้วง และตำรวจยูเครนร่วมร้อยเจ็บหนัก หลังปะทะกันกลางเมือง
เดือดไม่แพ้ไทยแลนด์! ผู้ประท้วง และตำรวจยูเครนร่วมร้อยเจ็บหนัก หลังปะทะกันกลางเมือง
กลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาล และตำรวจยูเครนร่วมร้อยคนได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนนับแสนแห่กันออกมาประท้วงรัฐบาล กลางกรุงเคียฟ เพื่อเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากไม่พอใจที่ รัฐบาลล้มเลิกแผนการลงนามข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งทำให้ประชาชนมองว่ารัฐบาลของตนเอง กำลังถูกรัสเซียครอบงำ จนทำให้ไม่สามารถลงนามข้อตกลงการค้ากับอียูได้
เอเอฟพี รายงานว่า ประชาชนเรือนแสนในยูเครน ต่างออกมาร้องตะโกนว่า "ปฏิวัติ" ในระหว่างที่เดินขบวนเข้าหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งแถวยืนรออยู่ที่กลางจตุรัสประกาศอิสระภาพ ของกรุงเคียฟ สำหรับผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวชูเครน ที่มีความคิดนิยมตะวันตก เนื่องจากมองว่าการทำข้อตกลงการค้ากับอียูจะช่วยทำให้ประเทศลดการพึ่งพาและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียที่มีมาอย่างยาวนานลงได้ นอกจากนี้ การตกอยู่ใต้อิทธิพลของรัสเซีย ยังเป็นการขัดขวางไม่ให้ประเทศเข้าร่วมกับอียู ได้สะดวกอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวระบุว่า ผู้ประท้วงยังได้มีการนำรถแทรกเตอร์ เข้ามาในการชุมนุมด้วย เพื่อที่จะหวังใช้ทลายกำแพงแท่งปูนของเจ้าหน้าที่รัฐที่นำมากั้นไว้ เพื่อไม่ให้ผู้ประท้วงบุกเข้าไปในทำเนียบประธานาธิบดี
นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมประท้วงยังได้ขว้างปาระเบิดขวด เข้าใส่เข้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลอีกด้วย
โฆษกเจ้าหน้าที่ตำรวจของยูเคน เผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับผู้ชุมนุมมีมากถึง 100 คน ขณะที่ผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอยู่ประมาณ 20 คน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ รัฐบาลยูเครน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยูโนโควิก ได้ปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงในการลงนามข้อตกลงการค้ากับอียู ในระหว่างประชุมสุดอียู เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา และหันไปหาการเจรจาข้อตกลงการค้ากับรัสเซียแทน
ทั้งนี้ รัฐบาล ของประธานาธิบดี ยูโนโควิก ได้รับการเลือกตั้งขึ้นมาในปี 2010 โดยมีฐานเสียงหลักมาจากกลุ่มคนในภาคตะวันออก ที่พูดภาษารัสเซียเป็นหลัก







