posttoday
เศรษฐีลูกทุ่ง

เศรษฐีลูกทุ่ง

24 พฤศจิกายน 2556

งานแต่งงานสุดฮอตในช่วงวันชาติจีนที่ตกเป็นข่าวฮือฮาคงหนีไม่พ้นงานแต่ง

งานแต่งงานสุดฮอตในช่วงวันชาติจีนที่ตกเป็นข่าวฮือฮาคงหนีไม่พ้นงานแต่งที่จัดอย่างหรูหราในเมืองหม่าอานซาน ความหวือหวาของงานอยู่ที่แม่ยายมอบของกำนัลสุดหรูให้ลูกเขยอย่างเงินสด 4 ล้านหยวน แถมด้วยเบนท์เลย์ 1 คัน ทำเอาหนุ่มๆ ในงานถึงกับอ้าปากค้าง ไม่เว้นแม้แต่เจ้าบ่าวที่ตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก พอเริ่มเรียกสติกลับคืนมาได้ ก็ลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าว่าที่แม่ยายและรับประกันว่าชาตินี้จะดูแลเจ้าสาวเป็นอย่างดี ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ไปทั้งชาติ ทำเอาแม่ยายถึงกับซึ้งจนน้ำตาไหล เธออยากให้สังคมเข้าใจว่า “การกระทำเช่นนี้แสดงถึงปรารถนาที่มีต่อลูก ไม่ได้มีความหมายเป็นอย่างอื่น”

พ่อชาวอิ๋งโข่ว มณฑลเหลียวหนิงคนหนึ่ง กลัวว่าลูกสาวไปโรงเรียนอนุบาลจะถูกเพื่อนแกล้ง เพื่อสร้างความสบายใจให้แก่ตนเอง จึงตัดสินใจลงทุนซื้อโรงเรียนอนุบาลด้วยเงิน 10 กว่าล้านหยวน โดยเปิดใจว่า ในฐานะที่เป็นพ่อ ลูกสาวเปรียบเหมือนชีวิต อยากมอบสิ่งที่ดีให้แก่ลูก ตอนนี้อายุ 4 ขวบ ก่อนหน้านี้เคยเข้าเรียนในระดับอนุบาล แต่ไม่ค่อยถูกใจ จึงไปเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนอนุบาลดีๆ ก็พบว่าโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ตรงตามมาตรฐานที่ต้องการ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าซื้อในราคาที่ไม่แพง พื้นที่ขนาด 3,000 กว่าตารางเมตร สามารถซื้อได้ในราคา 10 กว่าล้านหยวน นอกจากนี้ยังซื้อเครื่องอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมบ้างจำนวนหนึ่ง

เศรษฐีลูกทุ่ง

 

หลังจากที่ผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ iphone อย่าง สตีฟ จ็อบส์ ลาลับไป ผู้คนก็คิดว่าคงไม่มีอะไรน่าฮือฮาเกี่ยวกับ iphone 5s ที่วางขายในประเทศจีนช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ที่ไหนได้ การเพิ่มสีสันให้กับการขายด้วยการใช้สีทองซึ่งเป็นโทนสีที่เอาอกเอาใจคนชอบสีทอง กลับสามารถสร้างกระแสการแย่งซื้อจนขาดตลาดตั้งแต่วันแรกที่วางขาย ในช่วงวันชาติจีนราคาขึ้นไปแตะสูงสุดที่ระดับเครื่องละเกือบ 1.8 หมื่นหยวน (9 หมื่นบาท) แต่ถึงอย่างนั้นผู้บริโภคชาวจีนโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้ชื่อว่า “ถู่เหา” ก็แย่งกันซื้ออย่างบ้าคลั่ง พวกเขามีความคิดเกี่ยวกับการซื้อที่ว่า “ไม่ต้องเป็นของดี แต่ขอให้เป็นของที่ล้ำค่าที่สุด” ก็เพียงพอแล้ว

เรื่องราวข้างต้นเป็นตัวอย่างพฤติกรรมของกลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าเป็น “ถู่เหา” ผู้มีกำลังซื้อที่สามารถใช้เงินบันดาลทุกสิ่งที่ใจปรารถนา นับวันคนกลุ่มนี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นตามการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ เราลองไปดูกันว่า กลุ่มคนประเภทนี้มีลักษณะเด่นอย่างไร นิสัยการซื้อของพวกเขาสะท้อนให้เห็นถึงอะไร เหตุใดศัพท์ดังกล่าวจึงกลับมาเป็นที่กล่าวขานกันอีกครั้ง โดยที่มีความหมายเปลี่ยนแปลงจากที่เคยรู้จักกันในอดีต

การเข้าสู่ยุคแห่งการสื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทำให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารในมุมที่กว้างขึ้นและลึกขึ้น ขณะเดียวกันคำศัพท์ที่พบเห็นบ่อยทางอินเทอร์เน็ต ก็มักเป็นอะไรที่อยู่ในกระแสสังคมและหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่ล่วงเลยไป ตลอดช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา คำว่า “ถู่เหา” ถือเป็นศัพท์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เฉพาะเว็บ sina มีการเข้าไปค้นศัพท์ดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 56 ล้านครั้ง ทั้งยังกลายเป็นศัพท์แสงที่เป็นประเด็นการพูดคุยของคนทุกแวดวง เรียกว่าหากมีใครเอ่ยถึงศัพท์ดังกล่าวแล้วไม่เข้าใจ มักถูกมองว่าตกยุคตกสมัย

เศรษฐีลูกทุ่ง

 

เดิมที “ถู่เหา” เป็นสัญลักษณ์ของข้าราชการท้องถิ่นที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ จากนั้นก็มีการใช้บ่อยในเกมออนไลน์ ซึ่งมักหมายถึงคนเล่นเกมอย่างไร้สมอง และยังมีความหมายนอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ ทว่า “ถู่เหา” ในความหมายที่เรากำลังจะพูดกันในวันนี้เป็นการกล่าวถึงกลุ่มคนที่มีเงินทองมากมาย แต่อาจไม่ค่อยมีรสนิยมเท่าไรนัก กลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงคนรวยที่ไร้ซึ่งรสนิยม

ถึงอย่างนั้น หลายคนก็ใฝ่ฝันที่จะเป็นคนกลุ่มนี้ เพราะร่ำรวยเงินทองและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย

เห็นได้จากการพยายามถีบตัวขึ้นสู่ชนชั้นมีระดับของชนชั้นกลางในสังคมมีแนวโน้มสูงขึ้น บางคนอยากได้ชื่อว่าเป็น “ถู่เหา” ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีเงินทองมากมาย เพียงแค่อยากให้ผู้อื่นมองว่าตนเองมีฐานะ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคนทำงานที่มีรายได้ดีตามเมืองใหญ่ มักซื้อกระเป๋ายี่ห้อไว้พกพา หรือนาฬิกาหรูๆ เสื้อผ้าแพงๆ มาสวมใส่ โดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับวัตถุจนขาดการไตร่ตรอง สังคมเมืองทุกวันนี้จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความฟุ้งเฟ้อและความจอมปลอม ขยายช่องว่างระหว่างชนชั้นทางสังคมให้กว้างขึ้นทุกขณะ

ว่ากันตามจริงแล้ว “ถู่เหา” เป็นกลุ่มคนที่เผชิญกับสภาพสังคมเช่นเดียวกับคนทั่วไป ไม่มีความเป็นมาที่เลิศเลออะไร พวกเขาอาจเป็นคนบ้านเกิดเดียวกันกับเรา หรืออาจเป็นเพื่อนสมัยเรียนชั้นประถมของเรา แต่โชคไม่ดีที่ขณะที่เราร่ำเรียนหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับอยู่นั้น พวกเขาอาจเป็นหัวหน้างานก่อสร้าง หรือประกอบธุรกิจเล็กๆ และค่อยๆ สร้างตัวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐี บางคนก็รวยจากการเป็นคนงานทำเหมือง และค่อยๆ ผันตัวมาเป็นเจ้าของเหมือง มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ตอนที่ยังล้มลุกคลุกคลานก็ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกบ้านนอก แต่พอมีเงินทองอู้ฟู่ก็ได้ชื่อว่าเป็น “ถู่เหา” ตามที่เรียกกันทุกวันนี้

ผลการสำรวจของนิตยสารหูยุ่นเกี่ยวกับถู่เหาที่มีทรัพย์สินระดับเงินล้านของจีนประจำปี 2013 ชี้ให้เห็นว่า อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 38 ปี กว่าร้อยละ 70 เป็นเพศชาย เฉลี่ยแล้วมีรถ 3 คัน นาฬิกายี่ห้อ 4 เรือน เดินทางต่างประเทศปีละ 2.8 ครั้ง ชอบไปฝรั่งเศสและอเมริกา เพื่อไม่ให้ลูกหลานเป็นคนมีฐานะแต่ไร้ซึ่งรสนิยม คนกลุ่มนี้จึงมักส่งลูกหลานไปเรียนอเมริกาหรืออังกฤษ

เศรษฐีลูกทุ่ง

 

ถู่เหาเป็นชื่อเรียกที่บ่งบอกถึงความมีฐานะและเกี่ยวพันกับเรื่อง “การซื้อ” ถือเป็นผู้บริโภคที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นรถ เพชร นาฬิกา เครื่องบิน บ่อน้ำมัน เหมือง ฯลฯ โดยเฉพาะของมียี่ห้อและสินค้านำเข้า

รายงานวิเคราะห์การซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยของชาวจีนประจำปี 2012 ระบุว่า ปีที่ผ่านมาชาวจีนถือเป็นผู้ซื้อสินค้าประเภทดังกล่าวติดอันดับที่ 1 ของโลก ภายในปีเดียวกัน กำลังซื้อของชาวจีนครองสัดส่วนตลาดดังกล่าวมากถึง 1 ใน 4 คงไม่ต้องสงสัยเลยว่า “ถู่เหา” ถือเป็นกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ของสินค้าประเภทนี้ เมื่อเทียบความแตกต่างระหว่างผู้นิยมซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยในต่างแดนที่มีอายุราว 4070 ปีแล้ว ถือว่าอายุของผู้ซื้อสินค้ากลุ่มนี้ในประเทศจีนต่ำกว่ามาก คืออยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าอายุ 40 ปี โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีรายได้ระดับกลางหรือระดับสูงมักใช้สินค้าประเภทดังกล่าวเพื่อช่วยยกระดับฐานะทางสังคมของตน

ไม่น่าเชื่อว่าชาวตะวันตกต้องมีชีวิตยืนยาวถึง 400 ปี จึงจะเห็นความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของคนในสังคม แต่ชาวจีนใช้เวลาเพียงแค่ 40 ปี ก็สามารถเห็นความแตกต่างดังกล่าวได้ ทุกวันนี้การบริโภคทางด้านวัตถุของชาวจีนถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากในตลาด และกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจนานาประเภท โดยเฉพาะ “ถู่เหา” ที่ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ขอเพียงชอบใจ

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยกับบรรดาถู่เหาในอดีต เช่น พวกเขามักไม่ติดป้ายยี่ห้อสินค้าเวลาที่ซื้อเสื้อสูทยี่ห้อดัง เพราะคิดว่าเป็นการโชว์ความภูมิฐานอย่างหนึ่ง แต่ยุคที่ผ่านมา น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเป็นเสื้อผ้ายี่ห้อดังระดับโลก แต่ถู่เหายุคใหม่มักออกตัวว่าไม่ชอบใส่เสื้อสูทราคาแพง ไม่ได้รักการดื่มเหล้านอกเหมือนที่ผ่านมา พวกเขากลับชอบด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ

การใช้จ่ายอย่างที่ถู่เหาทำกันมีเป้าหมายหลักอยู่ที่พยายามจะสร้างความสำเร็จให้ตนเอง อันที่จริงแล้ว พฤติกรรมเช่นนี้กลับแสดงถึงการขาดความเชื่อมั่นและจิตใจที่เคว้งคว้างของคนกลุ่มนี้ การร่ำรวยเงินทองภายในเวลาชั่วพริบตา ย่อมทำให้พวกเขาปรารถนาที่จะมีสถานภาพทางสังคมที่สูงขึ้นตามความมั่งคั่ง อยากได้รับการนับหน้าถือตาและคำชื่นชม เปลี่ยนจากการถูกมองว่า “รวย” เป็น “สูงส่ง” พวกเขาจึงมักยกระดับฐานะตัวเองด้วยการซื้อของล้ำค่านานาชนิด

ปัจจุบัน เศรษฐีเงินล้านชาวจีนมีมากกว่า 1 ล้านคน หรือทุกๆ 1,300 คน จะมีคนที่มีฐานะระดับดังกล่าว 1 คน แต่ในจำนวนนี้ก็มีคนรวยที่ได้ชื่อว่าเป็นพวก “ถู่เหา” อย่างคนที่รวยในชั่วข้ามคืน คนที่ฟันฝ่าอุปสรรคจนสามารถก้าวสู่ชนชั้นคนรวยกลุ่มใหม่ ปัญหาก็คือ คนรวยกลุ่มนี้จะแสดงให้เห็นถึงรสนิยมและความเป็นคนรวยของพวกเขาได้อย่างไร จะทำอย่างไรให้เงินทองที่กองพะเนินแปลงเป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้และจับต้องได้ ที่สำคัญคือ พวกเขาจะเพิ่มพูนความรู้เชิงวัฒนธรรมให้วัฒนาเทียบเคียงกับเงินทองของตนด้วยวิธีใด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาทางใจที่คนกลุ่มนี้กำลังกลัดกลุ้มอยู่

ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา กลุ่มคนมีฐานะมั่งคั่งจำนวนไม่น้อย พยายามเปลี่ยนแปลงตนเองดังเห็นได้จากการเปลี่ยนจากการดื่มเหล้าขาวมาเป็นการดื่มไวน์ การเปลี่ยนจากการขับรถเบนซ์มาเป็นการวิ่งมาราธอน การเปลี่ยนจากการลงทุนในผับบาร์มาเป็นการลงทุนสร้างภาพยนตร์ การเปลี่ยนจากการเล่นไพ่นกกระจอกมาเป็นการตีกอล์ฟ ฯลฯ นั่นแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะแสวงหารูปแบบการดำเนินชีวิตใหม่ๆ ที่บ่งบอกถึงการก้าวตามกระแสสังคม

แต่ถึงอย่างนั้น คนในระดับกลางและระดับล่างก็ยังมองว่าคนรวยกลุ่มนี้ยังคงได้ชื่อว่าเป็น “ถู่เหา” วันยังค่ำ เพราะการจะกระเสือกกระสนขึ้นไปอยู่ในสังคมชนชั้นสูงของประเทศ เพียงเพราะมีเงินทองมากมายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีช่องว่างเพียงเล็กน้อยให้กระเบียดกระเสียด ที่สำคัญคือ ชนชั้นสูงที่มีทั้งฐานะและการศึกษามักมองพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ว่าขัดตา วิธีการโต้ตอบที่ได้ผลอย่างรวดเร็วก็คือ การมองพวกเขาด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม เห็นเป็นตัวตลก ไม่เข้าพวก คนกลุ่มนี้จึงได้แต่อยู่เหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นกลางและชนชั้นสูง เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนให้มากขึ้น

การที่คำว่า “ถู่เหา” กลับมาใช้กันอย่างแพร่หลายอีกครั้ง ย่อมแฝงไว้ซึ่งมุมมองที่มีต่อชน

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก