posttoday
Hokkaido Slow Drive 18

Hokkaido Slow Drive 18

24 พฤศจิกายน 2556

ผมขับรถออกจากโนโบริเบทสึโดยหยุดแวะกินข้าวที่ร้าน Kanigoten ร้านที่ทัวร์ไทยส่วนใหญ่แวะกัน

ผมขับรถออกจากโนโบริเบทสึโดยหยุดแวะกินข้าวที่ร้าน Kanigoten ร้านที่ทัวร์ไทยส่วนใหญ่แวะกัน ต้องยอมรับว่าแถวนั้นหาอะไรกินกันยากจริงๆ และร้านนี้ก็ไปมาสะดวกติดถนนใหญ่หาง่าย เสียอย่างเดียวคือบรรดาอาหารทะเลที่วางจำหน่ายอยู่นั้นมันราคาสูงกว่าท้องตลาดพอประมาณ เพราะเป็นร้านทัวร์ลง ราคาอาหารทะเลจะถูกบวกค่าคอมมิชชั่นของไกด์เอาไว้แล้ว ปกติถ้ามีทางเลือกผมคงไม่แวะกินที่ร้านนี้ แต่วันนั้นฝนตกๆ หยุดๆ เลยขี้เกียจค้นหาร้านอื่น เอาง่ายๆ จ่ายแพงหน่อยช่างมัน ผมสั่งหม้อไฟน้ำซุปมิโสะพร้อมผักสดและเต้าหู้มารอ แล้วก็ไปเดินเลือกปูทาราบะมาตัวหนึ่ง เลือกหอยโฮตาเตะตัวใหญ่มา 2 ตัว หอยเม่นสดๆ มาอีก 2 ตัว โอโทโระอีกชิ้นหนึ่งให้ทางร้านเขาจัดการแยกร่างมาให้ ตัวปูเอาลงหม้อ ขาปูที่ลอกเปลือกออกแล้วจะกินดิบๆ แบบซาซิมิหรือลวกพอสะดุ้งแบบชาบุชาบุก็อร่อยทั้งคู่ เนื้อปูหวานสดไม่ต้องใช้น้ำจิ้มอะไรทั้งสิ้น ผิดกับขาปูบุฟเฟต์ที่ตายมาแล้ว 2เดือนอันนั้นต้องใช้น้ำจิ้มซีฟู้ดมาช่วยไม่งั้นกินปูอัดอร่อยกว่าเยอะ หอยโฮตาเตะก็เช่นกันจะกินดิบกินสุกอร่อยหมด ส่วนหอยเม่นไม่ต้องพูดเพิ่งแคะกันมาสดๆ เดี๋ยวนั้นหาความคาวไม่เจอแน่นอน ส่วนโอโทโระแอบผิดหวังเล็กน้อยเพราะคุณภาพไม่ได้ตามที่คาดไว้ แต่โดยรวมก็อิ่มดีมีความสุข สำหรับเด็กเล็กอย่างลูกชายผมไม่มีอะไรดีไปกว่าเทนดงหรือข้าวหน้ากุ้งเทมปุระ ของร้านนี้เค้าทำได้อร่อยดีครับ

Hokkaido Slow Drive 18

 

ทานเสร็จแล้วก่อนออกเดินทางผมแวะเติมน้ำมันที่ข้างร้าน เพราะเหลือบไปเห็นราคาแล้วถูกกว่าเติมปั๊มมีแบรนด์อยู่ลิตรละ 10 กว่าเยน อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัดครับ เติมเสร็จผมก็ขับรถฝ่าสายฝนมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน Shimukappu ใครที่ขับรถจากสนามบินชิโตเสะไปฟุราโนะต้องผ่านหมู่บ้านนี้ รอบนี้ผมไม่ได้ไปฟุราโนะแต่เจ้าเครื่อง Navigator มันดันนำทางผมลงมาที่หมู่บ้านนี้แล้วให้วิ่งตามถนนด้านล่างไปยังจุดหมายปลายทางของผมที่ Tomamu ซึ่งผมก็แปลกใจเพราะทางด่วนก็สามารถไปลงที่โทมามุได้ แต่ทำไมพาผมลงตรงนี้ มันต้องมีเหตุผลซักอย่าง แต่เมื่อเครื่องมันชี้นำมาลงตรงนี้ผมก็ลงมาแล้วขับตามถนนไปเรื่อยๆ ผมขับไปพร้อมกับสังเกตเส้นทางที่หน้าจอไปด้วย ก็พบว่าผมขับขนานไปกับทางด่วนเกือบตลอดเวลา ห่างบ้างใกล้บ้างแต่ก็ไม่หลุดออกจากแผนที่เลย จนผมมาถึงที่ Hoshino Resort Tomamu นั่นแหละครับถึงเข้าใจ คือช่องทางลงทางด่วนของโทมามุนั้นมันอยู่เลยที่ตั้งของ Resort ไปอีกเป็นกิโล ทีนี่เจ้า Navigator มันถูกออกแบบมาให้วิ่งบนระยะทางที่สั้นที่สุด ดังนั้นมันจึงไม่ยอมพาผมวิ่งเลยไปแล้วค่อยย้อนกลับมา ทั้งๆ ที่ถ้าวิ่งแบบนั้นมันน่าจะประหยัดเวลาได้มากกว่าครับ

Hokkaido Slow Drive 18

 

Hoshino Resort Tomamu เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดี คือ อยู่ห่างจากสนามบินชิโตเสะแค่ 2 ชั่วโมง มีทางด่วนวิ่งไปถึงได้เลยเส้นทางไม่ลำบากจะขับรถก็ง่ายเพราะไม่ต้องวิ่งข้ามภูเขาสูง ตัวรีสอร์ทประกอบด้วยอาคารแฝดรูปทรงแปลกตาโดดเด่นตรงด้านหน้าเรียกว่า The Tower และ Risonare เป็นอาคารคู่ที่หรูกว่าอยู่ด้านหลัง มีโรงแรม AlphaTomamu อยู่ทางซ้าย และ The Village Alpha อยู่ด้านขวา แต่ปัจจุบันทั้งสอง Alpha ได้งดการให้บริการห้องพัก เพราะปริมาณธุรกิจไม่เพียงพอเหลือเฉพาะห้องอาหารที่ยังเปิดให้บริการอยู่ แม้แต่ Risonare ก็ยังไม่เปิดบริการตลอดทั้งปี มีแต่ The Tower ตัวเดียวที่เปิดตลอด เพราะลำพัง 2Tower ก็มีห้องรวมๆ กัน 600 ห้องแล้ว ผมไปถึงเอาเกือบ 4 โมงเย็น คนกำลังรอเช็กอินเยอะ ข้อเสียประการหนึ่งของที่นี่คือล็อบบี้มีลักษณะแคบยาว เวลาคนมารอต่อคิวเช็กอินมากๆ ก็จะดูพลุกพล่าน พอเช็กอินเสร็จผมก็ขึ้นไปบนห้องที่จองมาเป็นห้องแบบ Family Fourth ใหญ่โตเอาการ มีที่นอนเรียงกัน 4 ที่ แล้วยังมีโซฟาชุดใหญ่ให้นั่งเล่นชมวิวได้อย่างสบายๆ หน้าต่างห้องเป็นกระจกบานใหญ่มองเห็นได้ทั่วรีสอร์ท ได้นั่งชมวิวสวยๆ หลังขับรถฝ่าสายฝนมาก็หายเหนื่อยเลยครับ นั่งพักได้สักชั่วโมงก็เริ่มหิวเลยลงมาหาอะไรทาน ห้องอาหารของที่นี่มีหลายแห่ง แต่ที่เด่นๆ ก็เป็นห้องอาหาร Hal ที่อาคารโรงแรม Alpha และห้องอาหาร Nininupuri ที่อาคาร Village Alpha ทั้งสองห้องเป็นบุฟเฟต์น่าจะถูกใจชาวไทยเรา ผมสอบถามกับเจ้าหน้าที่ว่าควรเลือกร้านไหนดี เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้ามีเด็ก Nininpuri น่าจะเหมาะเพราะของหวานเยอะ แต่ถ้าเน้นของคาว Hal น่าจะดี แต่ถ้าอยากทานอย่างอื่นที่ไม่ใช่บุฟเฟต์ก็ยังมีร้านอาหารอีกหลายร้านทั้งที่ The Tower หรือ Forest Mall ที่ด้านข้าง ผมตัดสินใจเลือกทานบุฟเฟต์ที่ห้องอาหาร Hal เพราะอยากจะลองดูว่าถ้าเอาคณะทัวร์มาพักและทานอาหารที่นี่จะดีไหม จากอาคาร The Tower ต้องเดินไปโรงแรม Alpha ประมาณ 78 นาที ทางเดินเขาทำเป็นเหมือนท่อขนาดใหญ่ นัยว่าหน้าหนาวจะได้ไม่ต้องลำบากฝ่าลมและหิมะ ตรงปากทางเข้าจะมีป้ายบอกระยะเวลาการรอให้ทราบด้วย จะได้ไม่โมโหหิว หรือถ้าไม่อยากรอนานก็เปลี่ยนใจได้ไม่ต้องเดินไปถึงที่ร้าน อาหารของที่นี่มีความหลากหลายทั้งญี่ปุ่น จีน ฝรั่ง ทั้งเมนูเด็กและผู้ใหญ่มีครบ โดยเฉพาะเคาน์เตอร์ซาซิมิที่จัดวางของดิบไว้ในฝาหอยดูน่าทานมาก ผมเดินวนตั้ง 23 รอบ อีกเคาน์เตอร์หนึ่งที่ต้องไม่พลาด คือ เตาย่างเนื้อ เนื้อที่ใช้เป็นเนื้อฮอกไกโดแล่เป็นชิ้นบางแล้วค่อยๆ ย่างบนเตาเทปปัง เป็นอีกเมนูที่ผมเดินมาซ้ำอีกหลายรอบ อีกอย่างที่คนไทยน่าจะชอบ คือ เมลอนที่มีให้ทานได้ไม่อั้น โดยรวมแล้วก็ถือว่าใช้ได้แต่ไม่ถึงกับเลิศ อิ่มแล้วก็เดินย่อยดูของฝากเสียหน่อย แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวที่โทมามุนี่เขามีของดีอีกอย่างหนึ่ง คือ Ice Village ให้คนมาเดินเล่นยามค่ำคืน เขาจะสร้างโดมน้ำแข็งด้วยการเอาบอลลูนขนาดใหญ่มาวางแล้วฉีดน้ำไปบนบอลลูน ความเย็นขนาดลบ 20 องศา ทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งและอยู่ตัวตามรูปร่างของบอลลูน หลังจากนั้นก็จะเอาลมออกเหลือไว้แต่โดมน้ำแข็งเวลายิงแสงสีต่างๆ ก็จะสวยเด่นน่าเดิน แต่ละโดมจะถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารหรือบาร์ และมีโดมหนึ่งจะทำเป็น Ice Chapel เอาไว้ให้คู่บ่าวสาวมาทำพิธีแต่งงานกันด้วย หรือเด็กๆ อยากจะออกมาเล่นสเกตน้ำแข็งก็ได้ เขากันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ให้ โดยปกติ Ice Village จะเปิดให้บริการช่วงปีใหม่ไปจนถึงกลางเดือน มี.ค. ขึ้นอยู่กับความหนาวเพราะถ้าอุณหภูมิไม่ถึงลบ 20 องศา น้ำแข็งจะไม่เสถียรทำให้ไม่สามารถสร้างโดมได้ เพราะในโดมแต่ละหลังจะไม่มีคานค้ำยันเลย เสียดายว่าผมไปช่วงหน้าร้อนเลยไม่เห็น แต่ไม่เป็นไรเพราะวางแผนจะไปโทมามุอีกทีต้นปีหน้า เผื่อว่าจะได้เก็บเอาภาพสวยๆ มาฝากคุณผู้อ่านกัน

ผมเดินเล่นสำรวจโรงแรมและร้านอาหารอื่นๆ เรียบร้อยแล้วก็กลับขึ้นห้องอาบน้ำพักผ่อน พรุ่งนี้ผมต้องตื่นเช้าเพราะมีโปรแกรมพิเศษรออยู่ จะเป็นอะไรเอาไว้สัปดาห์หน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อครับ

Hokkaido Slow Drive 18

Hokkaido Slow Drive 18

Hokkaido Slow Drive 18

Hokkaido Slow Drive 18

Hokkaido Slow Drive 18

Hokkaido Slow Drive 18

Hokkaido Slow Drive 18

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69