
แต่งตัวไปทำงานที่เกาหลี...(3)
คนไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานที่เกาหลีให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องผ่าน “ระบบอนุญาต
โดย...เพียงออ วิไลย
คนไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานที่เกาหลีให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องผ่าน “ระบบอนุญาตการจ้างแรงงานต่างชาติของสาธารณรัฐเกาหลี” (EPS) ซึ่งต้องสอบทักษะทางภาษาเกาหลี ได้คะแนนเกินกว่า 80% (ทดสอบฟัง 25 ข้อ, อ่าน 25 ข้อ รวม 200 คะแนน) เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าใจคำสั่งเบื้องต้นของนายจ้างเกาหลี และสามารถทำงานกับใช้ชีวิตประจำวันในสังคมเกาหลีได้อย่างปกติ หากสอบผ่าน ผลสอบจะมีอายุ 2 ปี และมีคุณสมบัติครบสามารถส่งชื่อไปลงทะเบียนเป็น “คนหางาน” ที่สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกาหลีได้...
ผู้จะลงทะเบียนเป็น “คนหางาน” ได้นั้น จะต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรคประจำตัว หรือโรคติดต่อ หากได้รับการว่าจ้างแล้ว ก่อนเดินทางต้องมีใบรับรองแพทย์ที่เป็นจริงยืนยัน และหลังเดินทางเข้าเกาหลีแล้วจะต้องได้รับการตรวจร่างกายอีกครั้ง หากตรวจโรคไม่ผ่าน จะมีสิทธิได้ตรวจครั้งที่ 2 หากครั้งที่ 2 ยังไม่ผ่านอีก ก็จะถูกส่งตัวกลับประเทศทันทีค่ะ ดังนั้น หากเอกสารเป็นเท็จตั้งแต่ต้นก็จะทำให้เสียเวลาและเงินทองกันทั้งสองฝ่าย... ก่อนจะลงทะเบียน “คนหางาน” ทุกท่านต้องจัดทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้เรียบร้อยด้วยค่ะ เพราะจะต้องใช้หมายเลขหนังสือเดินทางในการลงทะเบียน และต้องลงทะเบียนภายใน 2 ปี ก่อนที่ผลการสอบผ่านทักษะทางภาษาจะหมดอายุ ถ้าช้าไปกว่านั้นก็ต้องไปสอบใหม่ค่ะ
อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนเป็น “คนหางาน” จะลงได้รอบละ 1 ปีเท่านั้น เมื่อลงทะเบียนแล้ว นายจ้างเกาหลีที่มีความต้องการคนงานก็จะคัดเลือกจากรายชื่อคนหางานที่สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกาหลี ดังนั้น แม้ว่าจะลงทะเบียนคนหางานแล้ว ก็ยังไม่แน่ว่าจะได้ไปทำงานในปีแรก แต่เราก็ยังมีโอกาสในปีที่สองค่ะ เพราะสามารถลงทะเบียนอีกครั้งได้โดยใช้ผลสอบเดิมก่อนที่ผลสอบจะหมดอายุ แต่ถ้าผ่านไปสองปีแล้วยังไม่ได้รับการเรียกตัวก็สามารถไปสอบใหม่และลงทะเบียนคนหางานใหม่ได้ค่ะ ถ้าไม่ถอดใจไปเสียก่อน...
การจ้างงานลักษณะนี้นายจ้างกับลูกจ้างจะไม่ได้พบตัวกัน หรือสัมภาษณ์กันก่อนเหมือนการสมัครงานตามปกติ ดังนั้น ทั้งลูกจ้างและนายจ้างจะไม่สามารถรู้ได้ว่าจะมีศรศิลป์กินกันหรือไม่ ต้องเสี่ยงดวงกันทั้งสองฝ่ายค่ะ หากได้รับการคัดเลือกจากนายจ้างแล้ว ก็จะมีการเซ็นสัญญาจ้างกัน ซึ่งเป็นสัญญาจ้างที่เป็นมาตรฐานและเป็นธรรมตามกฎหมายแรงงานของทั้งสองประเทศ ในสัญญาจ้างจะระบุ ระยะเวลาจ้าง สถานที่ทำงานและรายละเอียดของงาน เวลาทำงาน เวลาพัก วันหยุด เงินเดือน และวิธีการจ่ายเงินเดือน ส่วนเงื่อนไขการจ้างอย่างอื่น หากมีเพิ่มเติมภายหลัง ให้กำหนดร่วมกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง... ในการจ้างงานจะมีระยะเวลาฝึกงานด้วย แต่สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งคนงานอาจจะได้รับค่าจ้าง 90% จากที่ตกลงจ้างกันในช่วงเวลาฝึกงานนี้
เมื่อนายจ้างเลือกคนหางานแล้ว สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกาหลีจะส่งสัญญาจ้างของคนหางานที่ถูกนายจ้างเกาหลีเลือก มายังกรมการจัดหางานไทย เพื่ออธิบายรายละเอียดของสัญญาจ้างให้กับคนหางานและยืนยันการเซ็นสัญญาแล้วส่งกลับไป หากคนหางานไม่พอใจในรายละเอียดของสัญญาจ้างสามารถปฏิเสธการเซ็นสัญญาได้ แต่ถ้าปฏิเสธครั้งที่ 2 การลงทะเบียนคนหางานจะถูกจำกัดไว้แค่ 1 ปี และถ้าการเซ็นสัญญาถูกยกเลิกโดยคนหางาน การลงทะเบียนคนหางานจะจำกัดไว้แค่ 1 ปีเช่นเดียวกันค่ะ เมื่อเซ็นสัญญาก็ถือว่าเป็นนายจ้างลูกจ้างกันแล้ว สัญญาจ้างนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ตัวลูกจ้างเดินทางเข้าประเทศเกาหลี...
เมื่อเซ็นสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้ว นายจ้างเกาหลีจะต้องไปขอหมายเลขวีซ่าทำงาน ให้แก่ลูกจ้างไทยที่กระทรวงยุติธรรมเกาหลี หลังจากตรวจสอบเอกสารแล้วกระทรวงจะออกหมายเลขวีซ่าให้ นายจ้างจะต้องส่งหมายเลขวีซ่ามาให้ลูกจ้างเพื่อนำไปขอวีซ่าไปทำงานที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย โดยผ่านสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกาหลี และกระทรวงแรงงานไทย หลังจากนั้นลูกจ้างก็จะได้รับการอบรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมง ทางด้านภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี รวมถึงความเข้าใจในระบบอนุญาตการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) ความปลอดภัยในที่ทำงานเบื้องต้น หรือการอบรมตามแต่ละประเภทงาน ก่อนออกเดินทาง... เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ก็มั่นใจได้ว่าจะได้ไปทำงานที่เกาหลีแน่นอนแล้ว สัปดาห์หน้ามาว่ากันต่อด้วยเรื่องสิทธิตามกฎหมายและสิ่งที่ลูกจ้างไทยไปเกาหลีจะได้รับค่ะ...







