
สวดฟิลิปปินส์รับมือภัยพิบัติ‘สุดแย่’
สวดยับฟิลิปปินส์ไม่พร้อมรับภัยพิบัติทั้งที่เจอเหตุการณ์ซ้ำซาก เห็นได้ชัดจากไห่เยี่ยนถล่ม
สวดยับฟิลิปปินส์ไม่พร้อมรับภัยพิบัติทั้งที่เจอเหตุการณ์ซ้ำซาก เห็นได้ชัดจากไห่เยี่ยนถล่ม
รอยเตอร์สรายงานว่า ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่เกิดเหตุภัยพิบัติบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหวและพายุพัดถล่มนั้น ไม่เคยเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ภัยพิบัติแม้แต่น้อย สะท้อนได้ชัดจากเหตุการณ์ที่ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน พายุซึ่งถูกบันทึกแล้วว่ามีความรุนแรงมากที่สุดลูกหนึ่งของโลกพัดถล่มเข้าที่ตอนกลางของประเทศ
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้จากการไม่เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัตินั่นคือ การสั่งอพยพประชาชน โดยยกตัวอย่างถึงศูนย์อพยพที่สุดท้ายได้กลายเป็นเหมือน “กับดักแห่งความตาย” ภายหลังไต้ฝุ่นพัดให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งสูงถึง 6 เมตร และถล่มเข้าสู่ศูนย์อพยพที่ไม่สามารถต้านความแรงของน้ำได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมกันนี้ยังระบุว่าคนบางส่วนยังไม่เชื่อกับการประกาศเตือนภัยจากภาครัฐ
นอกจากนี้ รายงานยังอ้างถึงการให้ความช่วยเหลือที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากขาดข้อมูลที่ชัดเจน การสื่อสารถูกตัดขาด เมืองขาดการจัดการอย่างเป็นระบบ หลังเจ้าหน้าที่และผู้นำในเมืองเสียชีวิต อีกทั้งทหารที่ไปให้ความช่วยเหลือก็ต้องไปดูแลความเรียบร้อยของเมือง หลังจากมีโจรปล้นสะดมระบาดไปทั่ว
“เห็นได้ชัดว่า หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นล้มเหลวในการสั่งอพยพไปสู่พื้นที่สูงและพื้นที่ปลอดภัย หลังจากที่เจอลมพัดแรง คลื่นพายุซัดฝั่ง และน้ำท่วม” โดราซี โซเลตานานเตส ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าว
โซเลตานานเตส ยังระบุอีกว่า แม้ฟิลิปปินส์จะเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้ง และมีความพยายามที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติ ทว่ารัฐบาลก็ยังคงมีปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อเกิดเหตุแล้วเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน ซีซาร์ พูริสมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฟิลิปปินส์ ระบุกับบีบีซีว่า ความเสียหายที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มอาจจะฉุดรั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศให้ลดลงถึง 1% ในปีหน้า พร้อมทั้งระบุว่า ต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายไป
ด้านกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ ระบุว่า อาจจะต้องใช้เวลาถึง 6 สัปดาห์กว่าที่เมืองจะมีไฟฟ้าใช้อีกครั้ง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่อย่างน้อย 2,300 คน







