
ต่างชาติจับการเมืองไทยเดือน คาดกระทบจีดีพี 0.5%
สื่อต่างประเทศชื่อดังของโลกต่างจับตาสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิดหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สื่อต่างประเทศชื่อดังของโลกต่างจับตาสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิดหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
บีบีซี สื่อชื่อดังจากอังกฤษ รายงานว่า การผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมโดยสภาล่างของไทยไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าจะเป็นการเปิดประตูให้อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศ โดยขณะนี้กฎหมายดังกล่าวถูกส่งขึ้นสู่วุฒิสภาเพื่อการพิจารณาต่อไป
โจนาธาน ฮีด ผู้สื่อข่าวของบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า หลังจากการออกเสียงโหวตผ่านอย่างง่ายดายในสภาล่างนั้น เส้นทางของกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้สู่การโหวตในวุฒิสภานั้นจะมีความแน่นอนน้อยกว่าการพิจารณาในสภาล่าง เนื่องจากวุฒิสมาชิกราวครึ่งหนึ่งมาจากการแต่งตั้ง ซึ่งคาดว่าการโหวตจะมีขึ้นในต้นสัปดาห์นี้
บีบีซี ยังรายงานอ้าง แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการกลุ่มจับตาสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรต์ วอช” ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ให้ความเห็นว่า กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้จะทำให้ผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงนั้นไม่ต้องได้รับการลงโทษ
“การนิรโทษกรรมจะทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่และเหล่าแกนนำประท้วงที่มือเปื้อนเลือดไม่ต้องรับการลงโทษ หมายความว่ารัฐบาลไทยปฏิเสธที่จะมอบความยุติธรรมให้กับเหยื่อ และเป็นการบอกให้บรรดาผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งหลายในอนาคตว่าไม่ต้องกลัว” อดัมส์ กล่าว
ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้รายงานอ้างการให้ความเห็น สมประวิณ มันประเสริฐ รองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า มีสัญญาณชัดว่าการประท้วงจะลุกลามต่อไป และถ้าหากสถานการณ์ทางการเมืองลุกลามกลายเป็นความรุนแรง ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรงแน่นอน
สมประวิณ ประเมินด้วยว่า ถ้าหากเกิดความรุนแรงขึ้นทางการเมืองก็อาจจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสนี้ราว 0.5%
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทของไทยได้อ่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่องทันทีหลังจากที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มส่งสัญญาณลุกลามมากขึ้น อีกทั้งบลูมเบิร์กรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของไทยได้ประกาศลดแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือน ก.ค.ที่ 4.2% ลงมาอยู่ที่ 3.7%







