
เฟดลุยทดสอบความแกร่งภาคแบงก์
เฟดเตรียมทำ “สเตรท เทสต์” ทดสอบภาคธนาคารในประเทศ วัดศักยภาพรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ หวังฟื้นความเชื่อมั่น
เฟดเตรียมทำ “สเตรท เทสต์” ทดสอบภาคธนาคารในประเทศ วัดศักยภาพรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ หวังฟื้นความเชื่อมั่น
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุผ่านแถลงการณ์เตรียมตัวทำการทดสอบภาวะวิกฤต (สเตรท เทสต์) เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งทนทานของภาคการเงินการธนาคารของสหรัฐในการรับวิกฤตและความท้าทายในรูปแบบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยจะทดสอบธนาคารขนาดใหญ่ว่าจะมีการตอบสนองต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวและปัญหาราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวแพงขึ้นได้อย่างไร
เฟดระบุในแถลงการณ์เพิ่มเติมว่าเป้าหมายของการทดสอบภาวะวิกฤตภาคธนาคารรายปีครั้งนี้ เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั้งหลายของสหรัฐมีความแข็งแกร่งทนทานและมีแผนงานดำเนินการด้านเงินทุนสำหรับรับมือกับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าเรียบร้อย ตลอดจนช่วยให้แน่ใจว่าธนาคารสหรัฐมีเงินทุนเพียงพอปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจและการเงินของประเทศตกอยู่ภายใต้ภาวะกดดันจากปัจจัยต่างๆ อย่างขีดสุด
นอกจากจะทดสอบภาวะวิกฤตภายใต้เงื่อนไขข้างต้นแล้ว เฟดยังรวมการทดสอบในกรณีที่ธนาคารมีการขายสินทรัพย์ในปริมาณมหาศาลและการจัดการบัญชีของธนาคารในกรณีที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งแตกต่างจากการทดสอบก่อนหน้าที่มุ่งทดสอบเพียงแค่การผิดนัดชำระหนี้เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจล่มสลาย
ขณะที่บลูมเบิร์กรายงานว่า สเตรท เทสต์ของเฟดอยู่บนเงื่อนไขเหตุการณ์ที่วุ่นวายมากที่สุดโดยไม่มีการคาดการณ์เหตุการณ์ไว้ล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนให้ธนาคารขนาดใหญ่กว่า 30 แห่ง สำรองเงินทุนให้เพียงพอต่อการรับความปั่นป่วนวุ่นวายทางเศรษฐกิจ โดยจะมีธนาคารทั้งหมด 12 แห่ง ร่วมการทดสอบรอบแรก ซึ่งจะมีขึ้นช่วงต้นปีหน้า ขณะที่ผลการทดสอบจะเปิดเผยในเดือน มี.ค. 2557
ทั้งนี้ เฟดเริ่มต้นทำการทดสอบภาวะวิกฤตภาคธนาคารครั้งแรกในปี 2552 โดยมุ่งส่งเสริมความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาคธนาคารเรื่องการจัดการทรัพย์สินและการขาดทุน ท่ามกลางความเชื่อมั่นของภาคธนาคารที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากข้อมูลที่คลุมเครือ เงินทุนสำรองน้อย และการปลดพนักงานออก







