
กทม.ส่อจมโลกร้อน
ก่อความเสียหายขวางเติบโตเมืองหลวงไทยติด5เมืองเสี่ยงที่สุด
ก่อความเสียหายขวางเติบโตเมืองหลวงไทยติด5เมืองเสี่ยงที่สุด
กรุงเทพฯ ติดอันดับท็อป 5 เมืองเสี่ยงภาวะโลกร้อน ก่อความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สะเทือนจีดีพีโลก
เมเปิลครอฟต์ บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงชั้นนำในอังกฤษ เปิดเผยรายงานดัชนีภาวะเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (โลกร้อน) ของ 193 ประเทศ และเมืองสำคัญอีก 50 เมืองทั่วโลก ด้วยการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ก่อนจัดแบ่งระดับความเสี่ยงผลกระทบจากโลกร้อนสูงสุดไปจนถึงความเสี่ยงต่ำสุด โดยพบว่า 5 อันดับเมืองที่มีความเสี่ยงต่อภาวะโลกร้อนสูงที่สุด คือ กรุงธากา นครมุมไบ กรุงมะนิลา นครกัลกัตตา และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ
รายงานให้เหตุผลว่า 5 เมืองข้างต้นที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าจีดีพีในปี 2568 สูงถึง 8.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐนี้ มีโอกาสเผชิญกับภัยธรรมชาติที่มีสาเหตุจากโลกร้อน เช่น น้ำท่วม พายุ คลื่นซัดชายฝั่ง และดินถล่ม แล้วได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุด และส่งผลต่อผลผลิตมวลรวม (จีดีพี) โลก
ขณะที่เมื่อจัดอันดับเป็นกลุ่มประเทศ พบว่า 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด คือ บังกลาเทศ กินีบิสซู เซียร์รา เลโอน เฮติ ซูดานใต้ ไนจีเรีย คองโก กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเอธิโอเปีย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่น่าวิตกมากกว่า ก็คือ ประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสดใส เพราะจัดอยู่ในอันดับความเสี่ยงสูงสุดเช่นกัน อย่าง อินเดีย (20) ปากีสถาน (24) เวียดนาม (26) ขณะที่อินโดนีเซีย (38) ไทย (45) เคนยา (56) และจีน (61) ยังถือว่ามีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากโลกร้อนค่อนข้างสูง
ผลลัพธ์ข้างต้นนำไปสู่ข้อสรุปว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงเพราะ 31% ของจีดีพีโลก ซึ่งจะมีมูลค่าเทียบเท่า 44 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่อโลกร้อนในระดับสูงและสูงที่สุด จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การจัดอันดับครั้งนี้ประเมินจากหลายปัจจัยประกอบกัน ตั้งแต่ความเสียหายที่ต้องเผชิญในกรณีที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเลวร้ายที่สุด ความอ่อนไหวของประชากรในประเทศต่อโลกร้อน ความสามารถและความยืดหยุ่นของภาครัฐในการตอบสนองต่อความท้าทายจากภาวะโลกร้อน







