
เที่ยวญี่ปปุ่นด้วยตัวเอง ปี2 Hokkaido Slow Drive 13
โดย...พัฒนวีร์
โดย...พัฒนวีร์
หลังจากซัดโซบะที่ร้าน Ichimura เรียบร้อยแล้ว ผมก็ขับรถมุ่งหน้าสู่เมืองนิเซโกะเพื่อไปพบกับฝรั่งอีกคนหนึ่งชื่อ คุณ Paul Haggart คุณพอลเป็นผู้กว้างขวางแถวนี้ เพราะแกมีหน้าที่คิดกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตนี้ ผมเจอคุณพอลที่เมืองไทยในงานเที่ยวทั่วไทยฯ มาก่อนแล้ว รอบนี้คุณพอลทราบว่าผมจะมาเลยถือโอกาสขออาสาเป็นมัคคุเทศก์ให้ครึ่งวัน โอกาสดีๆ แบบนี้มีหรือที่ผมจะยอมพลาด เลยตกปากรับคำ ผมมาถึงจุดนัดพบตอนบ่ายโมงครึ่ง คุณพอลมารออยู่แล้วพร้อมภรรยาชาวญี่ปุ่น นี่เองกระมังคุณพอลถึงพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดีและกลมกลืนกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างไม่ขัดเขิน จนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้คนต่างชาติรู้จักเมืองนิเซโกะมากยิ่งขึ้น คุณพอลทำการบ้านมาดีมาก เพราะอย่างแรกที่บอกกับผมเลย ก็คือ เขาจะพาผมลัดเลาะไปตามถนนสายรองที่ไม่ค่อยมีคณะทัวร์ไป (โดยปกติแถวเมืองนี้ก็ไม่ค่อยมีกรุ๊ปทัวร์มากันอยู่แล้ว) จะได้เห็นอะไรที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่หรือคู่มือท่องเที่ยว และแล้วทริปฝรั่งพาไทยเที่ยวญี่ปุ่นก็เริ่มต้นขึ้น คุณพอลขับรถพาผมวิ่งไปตามถนนหมายเลข 230 เพื่อพาผมไปชมฟาร์มนกกระจอกเทศ Arishima ผมเคยไปชมฟาร์มแบบนี้ที่แอฟริกาใต้มาแล้วเลยไม่รู้สึกตื่นเต้น ถนนสาย 230 เป็นถนนสายรองซึ่งไม่ค่อยมีรถวิ่งเท่าไหร่ สองข้างทางถ้าไม่ใช่แปลงเกษตรก็เป็นดงไม้สลับกับบ้านคนที่นานๆ จะเจอสักหลัง วิ่งมาประมาณ 10 นาทียังไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ แต่พอลับโค้งหนึ่งเท่านั้นแหละครับ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่มีวิวภูเขาโยเทอิเป็นฉากหลังก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า แล้วคุณพอลก็จอดให้ผมลง ฟาร์มนกกระจอกเทศอยู่ตรงหน้าผมนี่เอง จากที่เคยจินตนาการไว้ว่าไม่เท่าไหร่ ตอนนี้บอกได้เลยว่ามันยอดมาก ฟาร์มที่ผมเคยไปชมที่เมืองเคปทาวน์นั้นชิดซ้ายไปได้เลย ตรงนั้นมันดูเป็นอุตสาหกรรมมาก แต่ที่นี่มันเหมือนนกกระจอกเทศอยู่กับธรรมชาติจริงๆ แล้วกั้นรั้วไว้ไม่ให้เราเข้าไปยุ่ง โดยเฉพาะฉากหลังนี่ซูโก้ยมากๆ เลยครับ หลังๆ ผมต้องแวะพาลูกมาเที่ยวที่นี่เป็นประจำเพราะไม่มีคนพลุกพล่าน วิวสวยและไม่มีค่าเข้าชม ใครอยากให้อาหารนกก็ทำได้ เขามีกล่องใส่ห่อข้าวโพดแห้งตั้งไว้ข้างรั้ว มีช่องให้หยอดเงินก็หยอดกันไปไม่มีใครมาตรวจมาเช็ก เน้นที่สามัญสำนึกของจิตใจคน ผมกับครอบครัวชอบที่นี่กันมากเพราะทั้งสนุกสนานและสวยงาม ต้องขอบคุณคุณพอลมากๆ ที่พาผมมาที่นี่ เลยจากฟาร์มนกกระจอกไปประมาณ 1015 นาที จะมีร้านขนมปังอยู่ร้านหนึ่งซึ่งคุณพอลบอกว่าอร่อยมาก ชื่อ Boulangerie JIN เป็นอะไรที่ผมอดแปลกใจไม่ได้เพราะตลอดทางที่ผ่านมามันหาบ้านคนแทบจะยากอยู่แล้ว นี่ดันมีร้านขนมปังมาเปิดแล้วจะไปขายใครกันเล่า ขับรถมาเรื่อยๆ ประมาณเหมือนว่าจะหลงก็ถึงพอดี สิบกว่าปีก่อนเคยมีรายการท่องเที่ยว ชื่อ Hokkaido Hour ออกอากาศทาง UBC (สมัยโน้น) ผมประทับใจร้านขนมปังอยู่ร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างไกลชุมชน แต่ก็มีคนดั้นด้นฝ่าหิมะมาซื้อ ซึ่งก็คือร้านนี้นั่นเอง เสียดายว่าวันที่ผมไปดันปิดเพราะขายหมดแล้ว ใครจะมาหาซื้อขอแนะนำให้มาแต่เช้าอย่าเกินเที่ยง วันที่ผมไปประมาณบ่ายสองก็ปิดแล้ว วันรุ่งขึ้นผมไปอีกทีตอนบ่ายโมงก็ปิดแล้วเช่นกัน นอกจากดูเวลาแล้วยังต้องดูวันให้ดีอีกด้วย เพราะวันอังคารกับวันพุธร้านเขาหยุดเช่นกัน รอบหลังผมจึงขอให้คุณพอลซื้อไว้ให้เลยถึงได้ชิม เป็นขนมปังรสชาติดีอร่อยกว่าของโรงแรมชื่อดังหลายแห่งเสียอีก ตั้งใจว่าคราวหน้าต้องยอมตื่นเช้าไปซื้อเองให้ได้
จากนั้นคุณพอลก็พาผมไปดูร้านอาหารระดับ Michellin ที่อยู่กลางป่าริมเนิน ชื่อ Maccarina เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งหมด มีดีกรีมาก่อนหน้าที่มิชลินจะมาชิม เพราะเป็นร้านที่เคยรับรองสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของบรรดาผู้นำ G8 ซึ่งมาประชุมกันที่ The Windsor Hotel Toya เมื่อปี2008 นักชิมชาวญี่ปุ่นรู้จักร้านนี้กันแทบทั้งนั้น เพราะวัตถุดิบท้องถิ่นที่ใช้นั้น หลายอย่างเขาปลูกเอง แต่ละฤดูกาลจึงมีอาหารที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่วัตถุดิบในช่วงนั้น อย่างช่วงนี้ (กลางเดือน ต.ค.) เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและก็เป็นฤดูกาลล่ากวางและเป็ดป่า เชฟ Shinnichi Sugaya ก็ถือโอกาสออกไปล่าหาวัตถุดิบมาบริการลูกค้าของ Maccarina ด้วย ใครที่มีโอกาสมาแถวนิเซโกะลองแวะมาชิมกันได้ แต่ต้องจองล่วงหน้าและเขาหยุดทุกวันพุธในหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวจะหยุดยาววันจันทร์ถึงวันพุธ นอกจากนี้เขายังมีที่พักให้บริการด้วย แต่ก็เปิดให้พักเฉพาะวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์เท่านั้น ยังไงก็เช็กวันเวลาเปิดปิดทั้งที่พักและร้านอาหารก่อนมาจะดีที่สุดครับ
เหตุหนึ่งที่พืชพันธุ์อันเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดของฮอกไกโดมีคุณภาพดีก็เพราะน้ำ แหล่งน้ำตามธรรมชาติของฮอกไกโดนั้นสะอาดและบริสุทธิ์มาก เพราะพื้นที่ใหญ่คนน้อยเมืองก็เล็กการบริโภคก็เลยจำกัด แถมธรรมชาติเป็นใจบังคับให้ใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้แค่ครึ่งปี หลังจากนั้นทั้งเกาะก็จะอุดมไปด้วยหิมะ พอหิมะละลายก็กลายเป็นต้นน้ำที่หมุนเวียนกันอย่างนี้ไม่รู้จบ และไม่ไกลจากร้าน Maccarina ก็มีแหล่งน้ำชั้นยอดอยู่แห่งหนึ่ง ชื่อ Yotei Wakimizu คนแถวนั้นมาตักน้ำไปดื่มไปใช้กันได้อย่างไม่จำกัด เงินทองก็ไม่ต้องสียเพราะเป็นของขวัญจากธรรมชาติ ข้างๆ มีโรงงานเต้าหู้ขนาดเล็กตั้งอยู่ด้วย เต้าหู้ของที่นี่ใช้น้ำจากแหล่งนี้บวกกับวัตถุดิบชั้นดีของท้องถิ่น เต้าหู้ที่ทำออกมาเลยอร่อยมาก ในร้านเขามีเต้าหู้กว่า 30 ชนิด ให้ทดลองชิมเกือบทุกรสอร่อยหมดมีทั้งแบบมาตรฐานที่ใช้ถั่วและงา และแบบสร้างสรรค์ที่เอาชีสเอาเนยมาเป็นส่วนประกอบ ก็เลยสนุกสนานกับการชิมแถมอิ่มท้องด้วย นอกจากเต้าหู้สดแล้วก็ยังมีเต้าหู้ทอด เต้าหู้ย่าง โดนัทเต้าหู้อีกด้วย ชิมแล้วถูกใจแบบไหนก็ไปเลือกซื้อกันได้ เต้าหู้สดๆ เขาไม่แช่ในตู้เย็นเพราะจะเสียคุณลักษณะ ที่นี่เขาแช่ไว้ในน้ำเย็นเพื่อให้คุณภาพคงที่ ผมอยากจะซื้อตั้งหลายรส แต่คิดไปคิดมาเรามีความสามารถบริโภคได้จำกัด เลยเลือกมาแค่ 3 ชนิด พร้อมโชยุสำหรับรับประทานกับเต้าหู้มาอีกขวด เพราะโชยุที่ใช้ปรุงอาหารมันรสชาติเข้มเกินไป บางแห่งเขาเสริฟเต้าหู้กับเกลือก็มี เพราะรสชาติเต้าหู้นั้นดีอยู่แล้ว ความเค็มเพียงเล็กน้อยก็เพิ่มความอร่อยได้แล้ว ผมซื้อกลับไปรับประทานกับลูกเมียที่บ้านพักแล้วอยากกลับมาซื้ออีก เพราะอร่อยมากถึงมากที่สุดเท่าที่เคยรับประทานมาเลย เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ผมต้องบันทึกไว้ว่า ถ้ามาแถวนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ







