
จี20 ไร้แผนรับมือมะกันหนี้เน่าเชื่อผ่าทางตันสำเร็จ
อันโตน สิลัวนอฟ รัฐมนตรีคลังรัสเซีย ในฐานะประธานจัดการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีคลังจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ (จี20)
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
อันโตน สิลัวนอฟ รัฐมนตรีคลังรัสเซีย ในฐานะประธานจัดการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีคลังจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ (จี20) เปิดเผยว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการร่างแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์ในขั้นเลวร้ายสูงสุด หากสหรัฐต้องผิดนัดชำระหนี้จริง เนื่องจากเชื่อมั่นว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงผ่าทางตันงบประมาณได้สำเร็จทันเส้นตายในวันที่ 17 ต.ค.
“ไม่มีการร่างแผนฉุกเฉิน หรือแม้แต่การพูดคุยเพื่อรับมือหากเกิดสถานการณ์เลวร้าย ถ้าสหรัฐไม่สามารถเจรจาหนี้ได้สำเร็จ เพราะเราเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว สหรัฐจะสามารถหาทางออกจากความยุ่งยากนี้ได้อย่างแน่นอน” รัฐมนตรีคลังรัสเซีย เปิดเผย
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมออกโรงกดดันย้ำให้รัฐบาลกรุงวอชิงตัน เร่งผ่าทางตันงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้โดยเร็ว เนื่องจากมองว่าความล้มเหลวในการขยายเพดานหนี้อาจเสี่ยงฉุดรั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านสหรัฐ ยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในเงื่อนไขของการขยายเพดานหนี้ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ จอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรครีพับลิกัน ได้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อขยายเพดานหนี้ระยะสั้นเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยเลื่อนกำหนดเส้นตายการผิดนัดชำระหนี้จากวันที่ 17 ต.ค. เป็นวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งถือเป็นการยื่นข้อเสนอที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดก็ตาม
รอยเตอร์สรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถเห็นพ้องในประเด็นระยะเวลาและเงื่อนไขของแผนระยะสั้นที่รีพับลิกันเสนอ เนื่องจากประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ต้องการให้ขยายเวลาการเพิ่มเพดานหนี้ออกไปอีก ขณะที่ทางรีพับลิกันต้องการให้มีการเจรจาลดการขาดดุลควบคู่กันด้วย
อย่างไรก็ตาม เจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาว มองว่าการเจรจาดังกล่าวมีทิศทางที่สดใส เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเดินหน้าการเจรจาต่อไปจนกว่าจะได้ข้อสรุป
วันเดียวกัน แซลลี เจเวล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ประกาศว่าแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งรวมถึงอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอนและอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ จะเปิดให้บริการอีกครั้งเป็นระยะเวลาสั้นๆ หลังต้องปิดบริการจากภาวะปิดหน่วยงานภาครัฐ (โกเวิร์นเมนต์ ชัตดาวน์) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ภายหลังจากรัฐบาลกลางให้เงินอุดหนุนเป็นการชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อธุรกิจและชุมชนโดยรอบ
รายงานระบุว่า อุทยานแห่งชาติ ร็อกกี เมาน์เทน ในรัฐโคโลราโดจะได้รับเงินสนับสนุนราว 3.62 แสนเหรียญสหรัฐ เพื่อเปิดให้บริการเป็นเวลา 10 วัน เช่นเดียวกับอุทยานแห่งชาติอีก 8 แห่งทั่วประเทศ โดยนับตั้งแต่มีการปิดหน่วยงาน สหรัฐสูญเสียรายได้ 152 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน และแรงงานสหรัฐกว่า 4.5 แสนคน ต้องพักงานและไม่ได้รับเงินเดือน







