
'เฟด' พลิกคาดคงคิวอีตอกย้ำศก.ยังน่าห่วง
ความเคลื่อนไหวสำคัญรอบสัปดาห์หนีไม่พ้นผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี)
ความเคลื่อนไหวสำคัญรอบสัปดาห์หนีไม่พ้นผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังที่ประชุมมีมติคงมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) หรือการเข้าซื้อสินทรัพย์วงเงินเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อไป พลิกความคาดหมายของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้เหตุผลว่า ยังคงไม่ไว้วางใจภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และต้องการรอดูผลกระทบจากการตัดลดงบประมาณภาครัฐโดยอัตโนมัติ โดยได้ตัดลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ลง 0.3% เหลืออยู่ที่ 22.3% และปี 2014 ลงมาอยู่ที่ 2.93.1% พร้อมส่งสัญญาณว่าที่ประชุมยังคงมีแนวคิดที่จะลดวงเงินคิวอีอยู่ และอาจเริ่มดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดผ่านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2015 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 00.25% หากภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งทะยานขึ้นทุบสถิติ ภายหลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อการที่เฟดอาจจะหันมาดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด ทำให้กล้ากลับเข้าไปลงทุนในตลาดเกิดใหม่ในเอเชียต่อ ขณะที่ราคาทองคำซื้อขายล่วงหน้าในตลาดโคเม็กซ์สัญญาส่งมอบเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 4.17% ไปอยู่ที่ 1,362.10 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
นอกจากนี้ ตลาดทุนยังให้ความสำคัญต่อการชิงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดคนใหม่ต่อจาก เบน เบอร์แนนคี ที่จะหมดวาระลงในเดือน ม.ค.ปีหน้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะบ่งชี้ถึงแนวโน้มการดำเนินนโยบายทางการเงินของเฟดในอนาคต
ล่าสุด ลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นผู้ชิงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดคนใหม่แล้ว หลังเจอกระแสต่อต้านจากชั้นคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐบางส่วน ส่งผลให้คาดการณ์กันว่า เจเน็ต เยลเลน รองผู้ว่าการเฟดคนปัจจุบัน จะกลายเป็นตัวเต็งที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้ว่าการเฟดคนต่อไป และหากเป็นจริงจะทำให้กลายเป็นผู้ว่าการเฟดหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ โดยตลาดทุนขานรับข่าวดังกล่าวอย่างคึกคัก เนื่องจากเยลเลนมีแนวคิดสายพิราบที่มีท่าทีในการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนปรนมากกว่า และน่าจะคงมาตรการคิวอีต่อเนื่องไป







