
โลกวุ่น‘เฮดจ์ฟันด์’พาเหรดเข้าตลาดทอง
เฮดจ์ฟันด์บุกทองคำครั้งใหญ่ ฉวยโอกาสสถานการณ์ไม่สู้ดีหวั่นเงินเฟ้อ
เฮดจ์ฟันด์บุกทองคำครั้งใหญ่ ฉวยโอกาสสถานการณ์ไม่สู้ดีหวั่นเงินเฟ้อ
บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวานนี้ว่า จากสถานการณ์ความวุ่นวายทางเศรษฐกิจและปัญหาวิกฤตในซีเรีย ได้ทำให้กองทุนบริหารความเสี่ยงหรือเฮดจ์ฟันด์ฉวยโอกาสเข้าเก็งกำไรในตลาดทองคำมากขึ้นที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค.เป็นต้นมา เนื่องจากความหวั่นวิตกว่าวิกฤตในตะวันออกกลางจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และดึงเศรษฐกิจโลกให้เติบโตช้าลง รวมทั้งจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นด้วย
แดน เดนบาว ผู้จัดการกองทุน ยูเอสเอเอ พรีเชียส เมทัล แอนด์ มิเนรัล ในซานอันโตนิโอให้ความเห็นว่า เมื่อเกิดช่วงเวลาความไม่สงบขึ้น ตลอดไปจนถึงภาวะสงคราม หรือภาวะที่นักลงทุนเกิดความกังวล นักลงทุนก็จะวิ่งเข้าหาทองคำเพื่อความปลอดภัย
“ในระยะยาวนั้นถือว่าทองคำยังไม่ตาย และยังมีเหตุผลอีกมากที่นักลงทุนจะเข้าไปถือครองทองคำ ภาวะกระทิงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง” เดนบาว กล่าว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ราคาทองคำร่วงต่ำลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 34 เดือนในเดือน มิ.ย.นั้น ราคาทองคำได้ทำรีบาวด์ขึ้นมารวม 18% แล้ว
ในขณะนี้ราคาทองคำยังอยู่ในระดับต่ำกว่าราคาสูงสุดที่ 1,923.70 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้วอยู่ถึง 28% โดยบลูมเบิร์กได้ทำการสำรวจนักวิเคราะห์ พบว่า 18 ราย เห็นว่าราคาทองคำไม่น่าจะกลับขึ้นไปถึงระดับดังกล่าวได้ภายใน 2 ปีนี้ ส่วนอีก 11 ราย เห็นว่าราคาทองคำน่าจะทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ได้แน่นอน
นอกจากนี้ แนวโน้มการลดปริมาณคิวอี 3 ของธนาคารกลางสหรัฐก็กำลังส่งผลต่อราคาทองคำรายวันเช่นกัน ราคาทองคำเมื่อสัปดาห์ที่แล้วขึ้นลงตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของดัชนีภาคการผลิตและบริการ รวมไปถึงตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลต่อเฟดว่าจะเริ่มลดคิวอีเมื่อไหร่ทั้งสิ้น







