
โอบามาโยนสภาชี้ชะตาซีเรียกูรูเชื่อสั่งลุยแม้โหวตโน
ผู้นำสหรัฐโยนเผือกร้อนให้คองเกรสตัดสินแผนบุกซีเรีย หลังกระแสไม่เห็นด้วยเริ่มดังขึ้น
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ผู้นำสหรัฐโยนเผือกร้อนให้คองเกรสตัดสินแผนบุกซีเรีย หลังกระแสไม่เห็นด้วยเริ่มดังขึ้น นักวิเคราะห์เชื่อโอบามาเดินหน้าบุกแน่ แม้ได้ผลโหวตคัดค้าน
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า พร้อมจะผลักดันแนวทางการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงวิกฤตซีเรียต่อไป ด้วยการเสนอให้สภาคองเกรสพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อแนวทางการใช้กำลังดังกล่าว เพื่อป้องปรามไม่ให้รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงสังหารประชาชนในประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ข้อเสนอของรัฐบาลสหรัฐไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากคนในประเทศและประชาคมโลกมากนัก
โอบามา กล่าวอีกว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานวุฒิสภาได้อนุมัติเห็นชอบในหลักการที่จะให้มีการพิจารณาข้อเสนอการใช้กำลังทางทหารในสภาแล้ว หลังจากที่เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐได้ยื่นจดหมายไปยังประธานสภาทั้งสอง สำหรับการประชุมสภาคองเกรสเพื่อพิจารณาร่างข้อเสนอนั้นจะมีขึ้นในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ขณะที่คณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศของวุฒิสภา จะมีการถกเถียงกันในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 10 ก.ย.นี้ด้วยเช่นกัน
“ผมมีอำนาจออกคำสั่งการใช้กำลังทางทหารได้โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา แต่ผมเชื่อว่าประเทศเราจะแข็งแกร่งขึ้นถ้าเราตัดสินใจให้สภาดำเนินการ อีกทั้งการดำเนินการของเราก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น” โอบามา กล่าวแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาว
แถลงการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามและข้อสงสัยขึ้นว่า หากสภาคองเกรสมีมติไม่ให้การสนับสนุนการใช้กำลังทางหารกับรัฐบาลซีเรีย แต่ผู้นำสหรัฐจะยังคงเดินหน้าตามแนวทางเดิมหรือไม่
สำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ ได้รายงานอ้างความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศรายหนึ่ง โดยระบุว่า ไม่ว่าผลการพิจารณาจะออกมาในทิศทางใด สุดท้ายแล้วโอบามาจะเดินหน้าในการทำสงครามกับซีเรียต่อไปอย่างแน่นอน สอดรับกับท่าทีของ แฮร์รี รีด ประธานวิปเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ที่เปิดเผยว่า จะออกเสียงสนับสนุนแผนการใช้กำลังทางทหารของโอบามา ที่จะมีการโหวตขึ้นในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของโอบามาที่ประกาศออกมา ถือเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับแนวทางการแก้ปัญหาของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งปัจจุบันเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจการส่งคณะตรวจสอบอาวุธเคมีของยูเอ็นในซีเรีย ซึ่งล่าสุดทางคณะผู้ตรวจสอบอาวุธเคมีของยูเอ็น เปิดเผยว่า ผลการสอบสวนดังกล่าวคาดว่าจะต้องใช้เวลาราว 3 สัปดาห์ ในการวิเคราะห์และรวบรวมหลักฐานเพื่อทำรายงานส่งไปยังเลขาธิการยูเอ็น และที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)
“เราจำเป็นต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลและตัวอย่าง” มาร์ติน เนเซอร์กี โฆษกทีมตรวจอาวุธของยูเอ็น กล่าว พร้อมย้ำว่าคำพูดของ บันคีมุน เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น ที่เคยกล่าวไว้ว่า การใช้กำลังทางทหารไม่ใช่ทางเลือกในการแก้ปัญหาซีเรีย
วันเดียวกัน ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เรียกร้องให้สหรัฐเปิดเผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีกับฝ่ายต่อต้าน พร้อมกับเรียกร้องให้โอบามาในฐานะที่เป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2009 ทบทวนแนวทางการใช้กำลังทางทหารต่อซีเรียใหม่ เนื่องจากการโจมตีทางทหารจะส่งผลกระทบต่อชีวิตพลเรือนในประเทศ







