posttoday
สื่อนอกแนะอียิปต์เรียนรู้จากไทย ขจัดขัดแย้ง

สื่อนอกแนะอียิปต์เรียนรู้จากไทย ขจัดขัดแย้ง

23 สิงหาคม 2556

สื่อมะกันเสนอแนวทางอียิปต์ เรียนรู้บทเรียนแก้ไขความขัดแย้งจากประเทศไทย

สื่อมะกันเสนอแนวทางอียิปต์ เรียนรู้บทเรียนแก้ไขความขัดแย้งจากประเทศไทย

เว็บไซต์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐ เปิดเผยบทบรรณาธิการแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไทย ว่าสามารถเป็นบทเรียนให้กับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะ อียิปต์ ซึ่งกำลังเผชิญกับความแตกแยกทางสังคมอย่างหนักในขณะนี้

บทความดังกล่าว มีชื่อว่า "อียิปต์สามารถเรียนรู้อะไรจากประเทศไทย?" (Can Egypt learn from Thailand?) เขียนโดยโจนาธาน เทปเปอร์แมน บรรณาธิการบริหารฝ่ายกิจการต่างประเทศ ระบุว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย เผชิญกับความขัดแย้งภายในประเทศและเกิดเหตุประท้วงที่นำมาซึ่งความสูญเสียมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เหตุปะทะนองเลือดอันเป็นผลพวงจากความเห็นต่างทางการเมืองเหล่านั้น หายไปจากสังคมจนกลายเป็นเรื่องแปลกไปแล้ว โดยผู้เขียนมองว่า นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ประเทศอื่นๆ ควรให้ความสำคัญและเรียนรู้ว่า ประเทศไทย สามารถพลิกฟื้นจากสังคมที่แตกแยก กลายเป็นสังคมที่มีเสถียรภาพได้อย่างไร

บทบรรณาธิการได้เล่าย้อนถึงต้นตอความขัดแย้งทางการเมืองในไทยตั้งแต่เมื่อปี 2549 ภายหลังกองทัพประกาศยึดอำนาจรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ระหว่างกลุ่มทางการเมืองเสื้อเหลืองและเสื้อแดง และมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจบริหารประเทศถึง 4 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 4 ปี และความขัดแย้งดังกล่าว ได้ฉุดรั้งให้เศรษฐกิจของไทยดิ่งเหวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2554 ผู้เขียนมองว่า ประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ โดยอ้างความเห็นของ รัคชี เชอร์มา นักเศรษฐศาสตร์จากมอร์แกน แสตนลีย์ ระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยขณะนี้ปรับตัวดีขึ้นที่สุดในรอบ 15 ปี ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาท่องเที่ยวอีกครั้ง

โจนาธาน เทปเปอร์แมน ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลับมาสงบสุขได้อีกครั้งเป็นผลมาจาก การบริหารงานของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ที่ยึดหลักการบริหารประเทศอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ตลอดจนมีการเปิดเจรจากับศัตรูทางการเมือง ไปจนถึงการให้ความสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศเป็นหลัก

นอกเหนือจากการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทางการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โครงการรถคันแรก เพื่อช่วยเหลือคนจน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยังส่งเสริมการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ และตัดลดภาษีนิติบุคคลเพื่อช่วยเหลือคนรวยอีกด้วย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน ยังเปิดเจรจากับฝ่ายที่มีความขัดแย้งกับรัฐบาล ตามแผนการสร้างความสงบสุขทางการเมือง และไม่ยุ่งเกี่ยวกับกองทัพ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ จะยังคงลี้ภัยในต่างประเทศต่อไป

จากเหตุผลทั้งหมดนี้ ผู้เขียนมองว่า นับเป็นหนทางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่ได้ผลดี ซึ่งแม้จะเต็มไปด้วยความยุ่งยาก ทว่าเป็นความยุ่งยากที่ประเทศอื่นๆ อย่างอียิปต์ เวเนซุเอลา และซิมบักเว โหยหาอยากได้เช่นเดียวกัน

 

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก