
อียิปต์นองเลือดตายพุ่งกว่า850ศพ
สมาชิกมุสลิมภราดรภาพเสียชีวิตอีก36ศพ ขณะพยายามแหกคุก ดันยอดตายเหตุกลียุคพุ่งกว่า 850 ศพ
สมาชิกมุสลิมภราดรภาพเสียชีวิตอีก36ศพ ขณะพยายามแหกคุก ดันยอดตายเหตุกลียุคพุ่งกว่า 850 ศพ
รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของอียิปต์ เปิดเผยว่า มีสมาชิกพรรคมุสลิมภราดรภาพเสียชีวิต 36 คน ระหว่างพยายามหลบหนีขณะการย้ายนักโทษกว่า 600 คนไปยังเรือนจำแห่งหนึ่งนอกกรุงไคโร โดยทั้งหมดเสียชีวิตจากการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่หลังได้จับเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีได้กลับแถลงการณ์ในภายหลังว่า นักโทษทั้งหมดเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากจากการใช้แก๊สน้ำตาระหว่างการปราบปราม
ทางพรรคมุสลิมภราดรภาพกล่าวหาเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐว่า เป็นผู้สังหารโหดนักโทษซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฝ่าฝืนและล่วงละเมิดผู้ถูกจับกุมคุมขังทางการเมืองเหล่านี้ ที่ต่อต้านการทำรัฐประหารโค่นล้มประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานเหตุจลาจลเกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 79 คน และบาดเจ็บอีกราว 549 คน ส่งผลให้ทั่วประเทศอียิปต์มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 850 คน นับตั้งแต่เกิดการใช้กำลังสลายกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคภราดรภาพมุสลิม เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว และยังมีการจับกุมนับพันคน ทว่ากลุ่มผู้ประท้วงยังคงยืนยันที่จะลุกขึ้นสู้ต่อไป โดยยังคงมีการปักหลักประท้วงต่อเนื่องในกรุงไคโร และในเมืองอเล็กซานเดรีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ด้านพลเอกอับเดล ฟัตตาห์ อัล ซีซี รัฐมนตรีกลาโหมอียิปต์ ได้เรียกร้องให้ฝ่ายต่อต้านยอมแพ้ต่อรัฐบาลใหม่ โดยระบุว่าประเทศอียิปต์ยังมีที่ว่างให้กับคนทุกกลุ่มความคิด และกองทัพก็ไม่ต้องการเห็นการเสียเลือดเนื้อของชาวอียิปต์อีก ทว่ากองทัพก็จะปกป้องประชาชนอย่างเต็มที่เช่นกัน
ทางด้าน ฮาเซม อัลเบบลาวี นายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลของอียิปต์ เตรียมเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีวาระฉุกเฉินในเร็วๆ นี้ เพื่อหารือถึงการรับมือกับสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศ พร้อมผลักดันข้อเสนอให้ยกเลิกสถานะความเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายของพรรคภราดรภาพมุสลิมผู้สนับสนุนการชุมนุมสนับสนุนอดีตประธานาธิบดี มอร์ซี เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการปราบปรามและจับกุมสมาชิกกลุ่มดังกล่าวได้ทั่วประเทศ
อัลเบบลาวี กล่าวรัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการเพื่อทำให้พรรคมุสลิมภราดรภาพเป็นกลุ่มการเมืองนอกกฎหมายพร้อมกับยื่นคำขาดว่าจะไม่ปรองดองกับกลุ่มที่ใช้กำลังอาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุมประท้วงเป็นอย่างที่สุด จนทำให้มีการนัดรวมตัวเพื่อชุมนุมประท้วงที่สนับสนุนพรรคภราดรภาพมุสลิมขึ้นอีกครั้งที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้
ซีอัต อัคคัล นักวิจัยอาวุโส จากสถาบันศึกษาด้านยุทธศาสตร์และการเมืองอับรัม ให้ความเห็นว่า การผลักดันของรัฐบาลอียิปต์เพื่อให้กลุ่มมุสลิมเป็นกลุ่มนอกกฎหมายจะทำให้สมาชิกมุสลิมภราดรภาพหันไปเข้าร่วมกับขบวนการต่อต้านรัฐบาลมากยิ่งขึ้น
ด้าน บันคีมุน เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในอียิปต์ยุติการใช้ความรุนแรงและใช้ความอดทนอดกลั้นต่อกัน พร้อมกันนี้ยังได้แสดงความเป็นห่วงต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกด้วย ภายหลังจากมีรายงานว่าเกิดการใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันระหว่างฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐกับผู้ชุมนุมประท้วงทั้งในมัสยิด โรงพยาบาล และสถานที่สาธารณะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ทางยูเอ็นไม่อาจยอมรับได้
ทางด้าน กระทรวงต่างประเทศไทยได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 18 ส.ค. เช่น ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อวางแผนอพยพคนไทยในประเทศอียิปต์ หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่อียิปต์กับกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี นายโมฮาหมัด มอร์ซี โดยจะนำคนไทยกลุ่มแรก จำนวน 661 คน เดินทางออกจากอียิปต์มาลงที่สนามบินดูไป ก่อนนำผู้อพยพทั้งหมดมุ่งหน้ากลับประเทศไทย โดยจะถึงสนามบินดอนเมืองเวลาประมาณ 12.0013.00 น. วันนี้
ลำดับเหตุการณ์ความวุ่นวายอียิปต์
3 ก.ค. กองทัพเข้ายึดอำนาจ ประธานาธิบดี มอร์ซี
4 ก.ค. กลุ่มผู้สนับสนุนมอร์ซี ออกมาชุมนุม
27 ก.ค. เกิดการปะทะระหว่างม็อบกับเจ้าหน้าที่รัฐ มีผู้เสียชีวิต 70 คน
14 ส.ค. เจ้าหน้าที่รัฐเข้าปราบปรามผู้ชุมนุม มีผู้เสียชีวิต 638 คน
16 ส.ค. กลุ่มมุสลิมภราดรภาพจัดชุมนุม “วันแห่งความโกรธแค้น” ที่บริเวณมัสยิด อัลฟัต ใกล้กับจตุรัสรามเสส มีผู้เสียชีวิต 173 คน
17 ส.ค. เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ในมัสยิด อัลฟัต







