
โตโยต้าวูบ!ตกทำเนียบบริษัทชั้นนำโลกมูดี้ส์หั่นอันดับความน่าเชื่อถือ
โพสต์ทูเดย์
— โตโยต้าร่วงจากที่ 3 มาอยู่ที่ 360 ในการจัดอันดับบริษัทชั้นนำของโลก เคราะห์ซ้ำมูดี้ส์ยังลดอันดับความน่าเชื่อถือสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ได้หล่นจากอันดับที่ 3 เมื่อปีที่แล้ว ไปอยู่ที่ 360 จากการจัดอันดับ 2,000 บริษัทชั้นนำของโลก โดยฟอร์บส์ นิตยสาร ชื่อดัง ประจำปี 2553
ทั้งนี้ โตโยต้าเคยตกไปอยู่ในอันดับที่ 10 เมื่อราว 5 ปีก่อน และตามรายงานระบุว่า การร่วงลงอย่างฮวบฮาบในปีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาการเรียกคืนรถจำนวนมหาศาล และการลดลงของยอดขาย
การจัดอันดับดังกล่าว โตโยต้าตามหลังบริษัทผลิตรถยนต์คู่แข่งอย่าง ฟอร์ด ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 58 ฮอนด้าตามมาในอันดับที่ 86 และฮุนไดอยู่ในอันดับที่ 188
ส่วนบริษัทผลิตรถยนต์ของสหรัฐอย่างค่ายเจนเนอรัล มอเตอร์ส และไครสเลอร์ ที่ยังอยู่ในความพยายามฟื้นตัว หลังจากยื่นฟ้องล้มละลายไปเมื่อปี 2552 ไม่ติดอยู่ในการจัดอันดับในครั้งนี้
เช่นเดียวกับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่าง บริษัท โฟล์คสวาเกน ก็ไม่ติดโผการจัดอันดับในครั้งนี้ เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงการควบรวมกิจการกับบริษัท ปอร์เช่ ในช่วงปีที่แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทผลิตรถยนต์ค่ายอื่นๆ ที่ติดอยู่ในการจัดอันดับในครั้งนี้ อาทิ ค่ายเดมเลอร์ ของเยอรมนี ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 388
ฟอร์บส์ ระบุว่า การจัดอันดับดังกล่าวพิจารณาจากยอดขาย ผลกำไร และมูลค่าของสินทรัพย์และมูลค่าทางการตลาดในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน
ฟอร์บส์ ระบุอีกด้วยว่า ทั้ง 2,000 บริษัทชั้นนำของโลกมีมูลค่ารายได้อยู่ที่ราว 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มียอดผลกำไรราว 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อีกทั้งมีมูลค่าของสินทรัพย์รวมกันแล้วกว่า 124 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าตลาดอยู่ที่ 31 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 61% อีกด้วย
ล่าสุดในวันเดียวกันนี้ สำนักข่าวเอเอฟพียังรายงานด้วยอีกว่า มูดี้ส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของโลกได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท โตโยต้า โดยการลดอันดับดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่บริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นประกาศเรียกรถคืนทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ โตโยต้า ก้าวแซงหน้าขึ้นมาเป็นค่ายผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลกในปี 2551 แต่ทว่าต้องเผชิญกับปัญหาการเรียกรถคืนจำนวนราว 10 ล้านคันทั่วโลก เนื่องมาจากความบกพร่องของระบบเบรกและคันเร่ง หนำซ้ำยังถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตราว 58 คนอีกด้วย
มูดี้ส์ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือของโตโยต้าจากเดิมซึ่งอยู่ในระดับ Aa1 ไปอยู่ที่ Aa2 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำที่สุดเท่าที่โตโยต้าเคยได้รับอีกด้วย ระดับดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโตโยต้ามีศักยภาพในการชำระหนี้ลดลง แต่มูดี้ส์เองก็ยังย้ำว่าโตโยต้ามีสถานะทางการเงินที่มั่นคง แม้แนวโน้มผลประกอบการในอนาคตก็ยังคงอยู่ในด้านลบ โดยคาดว่าปัญหาการเรียกรถคืนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทเป็นเวลาหลายปี
ทั้งนี้ การปรับลดอันดับดังกล่าวยังอาจสามารถส่งผลกระทบไปยังมูลค่าและตัวเลขในการกู้ยืมเงินจากทางสถาบันการเงิน
แต่ทว่าโตโยต้ายังยืนยันว่า การปรับลดในครั้งนี้ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ กับธุรกิจ เนื่องจากว่ายังคงอยู่ในระดับ A
โฆษกหญิงของโตโยต้า เปิดเผยว่า การปรับลดระดับของมูดี้ส์ในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง แต่บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่ในการสร้างความเชื่อมั่นกับของลูกค้า ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลัก เพื่อที่ว่าจะสามารถปรับอันดับความเชื่อมั่นดังกล่าวให้คืนมาอีกครั้ง
ส่วนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โตโยต้ายังตกลงที่จะจ่ายเงินค่าปรับเป็นเงินราว 16.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 538 ล้านบาท) ให้กับทางรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งถือเป็นเงินค่าปรับจำนวนมากที่สุดที่ทางรัฐบาลสหรัฐเคยเรียกค่าปรับกับทางค่ายรถยนต์ เนื่องจากในกรณีที่มีแจ้งเรื่องปัญหาด้านความปลอดภัยและการเรียกคืนรถยนต์
ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นรายนี้ยังต้องเผชิญกับอย่างน้อย 97 คดี ที่ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เนื่องจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอีกด้วย
ด้านโตโยต้ายังคงคาดหวังว่าจะสามารถประกาศยอดผลกำไรในปีเศรษฐกิจนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. อยู่ที่ราว 8 หมื่นล้านเยน (ราว 2.77 หมื่นล้านบาท) โดยเพิ่มขึ้นจากเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสูญไปกว่า 4.37 แสนล้านเยน (ราว 1.51 แสนล้านบาท)







