
หนี้ญี่ปุ่นทะลุ1,000ล้านล.
มากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ กดดันนายกฯพิจารณาแผนรีดภาษีเพิ่ม
มากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ กดดันนายกฯพิจารณาแผนรีดภาษีเพิ่ม
หนี้สาธารณะญี่ปุ่นพุ่งกระฉูด ทะลุ 1,000 ล้านล้านเยน หนุนอาเบะรีบพิจารณารีดภาษีเพิ่ม
ระดับหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นทะลุหลัก 1,000 ล้านล้านเยน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ยิ่งจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้นายกรัฐมนตรี ชินโสะอาเบะ แห่งญี่ปุ่น เดินหน้าใช้มาตรการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาการคลังของรัฐบาล
กระทรวงการคลังญี่ปุ่น แถลงว่า ระดับหนี้สาธารณะของประเทศซึ่งรวมเอามูลหนี้ในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นไว้ด้วยนั้น พุ่งแตะระดับที่ 1,008.6 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 10.46 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 313 ล้านล้านบาท) เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา คิดเป็นเพิ่มขึ้นราว 1.7% จากช่วง 3 เดือนก่อนหน้า และยังถือว่ามีมูลค่ามากกว่าขนาดเศรษฐกิจของเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรรวมกันทีเดียว
การเปิดเผยตัวเลขดังกล่าวในครั้งนี้ คาดว่าจะส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี อาเบะ ในเดือนหน้า ว่ารัฐบาลกรุงโตเกียวจะเดินหน้าแผนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งจะขึ้นถึง 4 เท่าตัวหรือไม่ ซึ่งการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวอาจจะเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้
ขณะที่ทางด้านมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดังของโลกได้เตือนว่า สถานะทางการคลังที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่องของญี่ปุ่นนั้น จะยิ่งกัดกร่อนความเชื่อมั่นในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นหนักขึ้นเช่นกัน
“หนี้สาธารณะที่พอกพูนขึ้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นสำหรับอาเบะที่จะผลักดันนโยบายการขึ้นภาษี” หลง ฮันหัว หวัง นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารอาร์บีเอส สาขากรุงโตเกียว กล่าว
ตามแผนการของรัฐบาลญี่ปุ่น การขึ้นภาษีจะแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยในระยะแรกจะทำการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% จากในปัจจุบันที่ 5% ในเดือน เม.ย.ปีหน้า ตามมาด้วยการปรับขึ้นอีกครั้งในเดือน ต.ค. 2558 ให้ขึ้นไปอยู่ที่ 10% โดยนายกรัฐมนตรีอาเบะ กล่าวว่า จะทำการพิจารณาในครั้งสุดท้ายว่าจะใช้นโยบายนี้หรือไม่ หลังจากที่มีการเปิดเผยตัวเลขการเติบโตของจีดีพีฉบับทบทวนแล้วในวันที่ 9 ก.ย.นี้
ทั้งนี้ กฎหมายการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มได้ผ่านการอนุมัติเมื่อปีที่แล้ว และให้อำนาจกับนายกรัฐมนตรีในการสั่งเลื่อนการปรับขึ้นภาษีได้ ถ้าหากนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี อาเบะ มีคำสั่งจัดตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญขึ้น เพื่อทำการพิจารณาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจหลังการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มนี้แล้ว ซึ่งในคณะทำงานชุดนี้ประกอบไปด้วย ฮารูฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลาง และ ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังด้วย







