posttoday
จีนส่งออก-นำเข้าพุ่ง เตือนอย่าวางใจ ศก.ยังน่าห่วง

จีนส่งออก-นำเข้าพุ่ง เตือนอย่าวางใจ ศก.ยังน่าห่วง

09 สิงหาคม 2556

ส่งออกนำเข้าจีนเดือน ก.ค.พุ่งเกินคาด กูรูเตือนแค่ฟื้นตัวเล็กน้อย เศรษฐกิจยังส่อชะลอ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ส่งออกนำเข้าจีนเดือน ก.ค.พุ่งเกินคาด กูรูเตือนแค่ฟื้นตัวเล็กน้อย เศรษฐกิจยังส่อชะลอ

กรมศุลกากรจีน เปิดเผยมูลค่าการส่งออกและนำเข้าของจีนในเดือน ก.ค. ขยายตัวเกินคาดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจแดนมังกรที่สดใสมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้เกิดความกังวลอย่างหนักว่า เขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกกำลังชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขส่งออกขยายตัว 5.1% เมื่อเทียบรายปีมีมูลค่าแตะ 1.86 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ดิ่งลง 3.1% ในขณะที่ยอดนำเข้าขยายตัว 10.9% แตะ 1.68 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน เม.ย.

ตัวเลขนำเข้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มความต้องการบริโภคในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าจีนปรับตัวลดลงถึง 29.6% มาอยู่ที่ราว 1.78 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม อาลัสแตร์ ชาน นักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ เตือนว่า แม้ว่าตัวเลขการส่งออกและการนำเข้าจะขยายตัว ทว่าไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเศรษฐกิจจีนกำลังกลับสู่เส้นทางการเติบโตอีกครั้ง

“ตัวเลขเดือน ก.ค. สะท้อนถึงภาวะที่กลับมาสู่ปกติ หลังที่ซบเซาลงเมื่อเดือน มิ.ย.เท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณของการเติบโตของเศรษฐกิจ” ชาน ระบุ โดยให้เหตุผลว่า จีนยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากความพยายามปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

ก่อนหน้านี้ รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจจีน ซึ่งรวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) มาตรวัดกิจกรรมการผลิตของประเทศ ส่งสัญญาณให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลกรุงปักกิ่งเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการขยายตัวอย่างยั่งยืนมากกว่าตัวเลขจีดีพีที่หวือหวา จนจุดกระแสความกังวลไปทั่วโลกว่า การชะลอตัวลงของจีนอาจกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจของจีน วันเดียวกัน คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศเดินหน้าคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปในระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 78 ส.ค.

“บีโอเจจะดำเนินมาตรการผ่อนปรนทางการเงินต่อเนื่องไปตราบเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และพร้อมเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม” รายงานระบุ พร้อมย้ำว่า เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มดีดตัวขึ้นเช่นกัน

ขณะเดียวกันรัฐบาลแดนปลาดิบประกาศแผนงบประมาณ โดยมุ่งเป้าจะตัดลดรายจ่ายภาครัฐให้ได้สูงถึง 8.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเวลาระหว่างเดือน เม.ย. 2557 ถึงเดือน มี.ค. 2559 หวังลดยอดหนี้สาธารณะประเทศที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในกลุ่มชาติอุตสาหกรรม แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัด แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจมีการลดค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมและสาธารณูปโภคลงราว 10%

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีงบประมาณรายจ่ายต่อปีอยู่ที่ 93 ล้านล้านเยน โดยในจำนวนนี้มาจากการกู้ยืมถึง 40% ส่งผลให้ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะสูงถึง 2 เท่าของขนาดผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นการกู้ภายในประเทศที่มีดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ปัญหาหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นแตกต่างกับปัญหาหนี้ในกลุ่มยูโรโซน ทว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเตือนถึงอันตรายของหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเร่งดำเนินปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69