
ญี่ปุ่นส่ออัดฉีดถึงปีหน้าดันเฟ้อเข้าเป้า
กูรูคาดญี่ปุ่นกระตุ้นกันอีกยาว ยังไม่พ้น “เงินฝืด” ขึ้นภาษีส่อฉุด ศก.
กูรูคาดญี่ปุ่นกระตุ้นกันอีกยาว ยังไม่พ้น “เงินฝืด” ขึ้นภาษีส่อฉุด ศก.
บลูมเบิร์กเปิดเผยผลสำรวจอ้างนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายอัดฉีดเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่องไปในช่วง 10 เดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากมองว่า อัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันยังต่ำกว่าเป้าที่ 2% ขณะที่แผนปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือน เม.ย.ปีหน้า อาจผลักดันให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแดนปลาดิบชะลอตัวลงอีก
ผลสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ 20 คน จากทั้งหมด 26 คน มองว่า บีโอเจจะอัดฉีดเงินเพิ่มเติมไปจนถึงเดือน มิ.ย. 2557 เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวลง ภายหลังมีการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากระดับ 5% เป็น 8% ในเดือน เม.ย.ปีหน้า และ 10% ในปี 2558 ที่กระทบต่อกำลังการบริโภคของประชาชนในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“การบรรลุเป้าเงินเฟ้อ 2% ใน 2 ปีเป็นเรื่องยาก และการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะฉุดรั้งเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อเช่นกัน” ทาเกชิ มินามิ นักเศรษฐศาสตร์สถาบันวิจัยนิรินชูคินในโตเกียวระบุ
นอกเหนือจากปัจจัยเสี่ยงจากการขึ้นภาษีแล้ว ญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ ที่จะฉุดรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแดนปลาดิบอย่างหนัก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์ว่า บีโอเจ ซึ่งมีกำหนดประชุมกันในวันที่ 78 ส.ค. จะยังคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป โดยไม่มีการประกาศนโยบายกระตุ้นใหม่ๆ
ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีหุ้นนิกเกอิของญี่ปุ่น ดิ่งลง 4% หรือ 576.12 จุด ปิดที่ 13,824.94 จุด ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยแรงเทขายเกิดจากการแข็งค่าของเงินเยนและความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเตรียมชะลอมาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณรอบ 3 (คิวอี 3) ในเดือน ก.ย.







