posttoday
Hokkaido Slow Drive 2

Hokkaido Slow Drive 2

04 สิงหาคม 2556

ผมเป็นคนหนึ่งที่เวลาขับรถออกต่างจังหวัดจะต้องมีแผนที่ติดตัวเสมอ คุณเมียบ่นประจำว่าขับมาไม่รู้กี่ครั้งก็ยังต้องเปิดแผนที่

ผมเป็นคนหนึ่งที่เวลาขับรถออกต่างจังหวัดจะต้องมีแผนที่ติดตัวเสมอ คุณเมียบ่นประจำว่าขับมาไม่รู้กี่ครั้งก็ยังต้องเปิดแผนที่ แต่สำหรับผมการเปิดแผนที่คือการวางแผนที่รอบคอบขึ้น เพราะเราจะเห็นภาพรวมของเส้นทางทั้งหมดและถ้าลงรายละเอียดอีกหน่อยก็จะเห็นหมายเลขถนน เห็นความคดเคี้ยวของถนน เห็นเมืองที่ถนนเส้นนั้นผ่าน เห็นแม่น้ำ เห็นภูเขา ฯลฯ ซึ่งจะทำให้เรากำหนดแผนการเดินทางได้แม่นยำขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการขับรถบนทางตรงกับทางคดเคี้ยวก็ใช้เวลาต่างกัน ขับบนทางราบกับเส้นทางภูเขาก็ต่างกัน ดังนั้นการทำการบ้านบนแผนที่จึงมีความสำคัญมากสำหรับการวางแผนขับรถเที่ยวเอง ลำพังแผนที่ที่มีแจกอยู่ตามงานท่องเที่ยวต่างๆ ผมคิดว่าถ้าวางแผนคร่าวๆ ก็ยังพอใช้ได้อยู่ แต่ถ้าต้องการความละเอียดผมแนะนำว่าน่าจะหาแผนที่ที่เป็นเล่มของญี่ปุ่นมาใช้ และยิ่งถ้าได้คู่มือขับรถเที่ยวด้วยจะยิ่งแจ๋วมาก เพราะคู่มือของญี่ปุ่นนั้นละเอียดยิบทั้งเส้นทาง ที่เที่ยว ที่ทาน ระยะทางและเวลา มีให้หมด และที่สำคัญคือมีเครื่องมือพิเศษที่จะทำให้คุณขับรถไปถึงจุดหมายปลายทางได้โดยไม่มีหลง เครื่องมือชิ้นนี้เรียกว่า Map Code

การขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นจะง่ายขึ้นมากหากท่านรู้จัก Map Code ตามประสบการณ์ของผมการใช้ Map Code นั้นแม่นยำกว่าเบอร์โทรศัพท์เสียอีก อย่างที่ผมเขียนไว้ในฉบับที่แล้วว่าบางครั้งเบอร์โทรศัพท์ของสถานที่เที่ยวมันไม่ตรงกับข้อมูลในเครื่องบอกตำแหน่งและเส้นทาง (Navigator) มันก็มีโอกาสพาเราหลงได้เหมือนกัน หรือสถานที่เที่ยวหลายแห่งที่ไม่มีเบอร์โทรให้สืบค้นเช่น เนินเขา ต้นไม้ ทะเลสาบ ฯลฯ แต่ในคู่มือขับรถเที่ยวของญี่ปุ่นเขามี Map Code กำกับไว้ให้หมด หลายท่านอาจจะกังวลว่าอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก บอกตรงๆ ว่าผมก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน แต่เนื่องจากคู่มือของเขาทำออกมาให้ดูง่าย อธิบายทุกอย่างด้วยภาพ ก็เลยเข้าใจได้ไม่ยากและมีประโยชน์มากถึงมากที่สุดสำหรับคนที่จะขับรถเที่ยวเอง โดยเฉพาะมือใหม่อย่างพวกเรา

หลังจากตรวจรับรถและเช็กอุปกรณ์ทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การเดินทางของผมก็เริ่มต้นขึ้น อย่างแรกที่ต้องทำคือการป้อนจุดหมายปลายทางเข้าไปใน Navigator ระบบควบคุมสั่งการในรถคันนี้เป็นระบบโยกและหมุนโดยปุ่มเดียว ซึ่งเป็นมิตรกับผู้ใช้งานเพราะทุกอย่างควบคุมด้วยมือเดียวโดยไม่ต้องละสายตาจากหน้าจอ แรกๆ อาจจะไม่คุ้นเคยแต่พอใช้ไปเรื่อยๆ รับรองว่าติดใจเหมือนผม จุดหมายปลายทางแรกคือ สวนสัตว์อาซาฮิยามะ ในเมืองอาซาฮิคาวะ ผมทดลองป้อนข้อมูลโดยใช้ทั้งชื่อสถานที่ เบอร์โทรศัพท์ และ Map Code กันคนละทีปรากฏว่าผลออกมาตรงกันหมดข้อมูลบนหน้าจอจะบอกทุกอย่างที่จำเป็นตั้งแต่เส้นทาง ทิศทาง ระยะทาง เวลาที่จะถึง และในกรณีที่เครื่องกำหนดให้เราต้องขึ้นทางด่วน ก็จะมีค่าทางด่วนแสดงให้เห็นด้วย

ผมค่อยๆ นำ Audi Q3 เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของโรงแรมไปตามทิศทางที่ Navigator แนะนำ หน้าที่ของเราคือตามองไปข้างหน้าสลับกับจอแสดงผล หูก็ต้องฟังคำแนะนำไปด้วยพักเดียวก็ชิน แต่ถ้าให้ดีควรมีคนนั่งข้างๆ คอยช่วยมองทางบ้าง อะไรบ้าง ดีกว่าที่จะขับคนเดียว การขับรถในซัปโปโรต้องถือว่าง่าย เพราะเป็นเมืองใหม่ ตอนสร้างเมืองเลยมีการวางผังเมืองเป็นตาราง ถนนตัดเป็นเส้นตรงและเส้นขวางสลับกันไป แผนที่บนจอจึงใกล้เคียงกับของจริง ผมว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับท่านที่วางแผนจะขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น เพราะฮอกไกโดนั้นเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ประมาณ 20% ของประเทศ แต่มีประชากรแค่ 6 ล้านคนเท่านั้น ถนนหนทางเลยค่อนข้างว่างและโล่ง ท่านที่ขับรถเป็นประจำอยู่แล้วในบ้านเรา ผมบอกได้เลยว่าสบายมาก คนญี่ปุ่นขับรถอย่างมีวินัย ไม่ขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่มีมอเตอร์ไซค์ขี่ปาดซ้ายปาดขวา ไม่มีการขับรถย้อนศร ไม่มีแอบแทรกตรงคอสะพาน ฯลฯ ผมรู้สึกเลยว่าถ้าขับรถที่ญี่ปุ่นไปนานๆ อาจจะเสียนิสัยการขับรถแบบไทยๆ ไปเลยก็ได้

จากตัวเมืองซัปโปโรไปจนถึงช่องทางด่วนใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ทางด่วนของญี่ปุ่นเป็นระบบเก็บเงินปลายทาง ต้องรับบัตรที่ช่องทางเข้า เหมือนกับทางด่วนบูรพาวิถีที่วิ่งลอยฟ้าจากบางนาไปชลบุรี พอขึ้นทางด่วนได้ปั๊บ ผมก็ทดสอบสมรรถนะและความแรงของ Q3 ทันที ขอบอกแบบไม่อายเลยว่าเผลอทำผิดกฎจราจรไปหลายครั้ง ก็รถมันแรงถนนมันโล่งเลยเหยียบเกินอัตราไปบ้างพอหอมปากหอมคอครับ

สัปดาห์หน้าผมมีเรื่องไม่คาดฝันมาเล่าให้ฟัง เพราะแม้แต่ Navigator หรือ Map Code ก็ช่วยอะไรผมไม่ได้ครับ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม