posttoday
เตือนโลกรับมือศก.จีนเสี่ยงหนักส่อแววโตแค่3%

เตือนโลกรับมือศก.จีนเสี่ยงหนักส่อแววโตแค่3%

30 กรกฎาคม 2556

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

โลกรับมือจีนชะลอตัว ธนาคารชื่อดังวิเคราะห์สถานการณ์สมมติฐานเศรษฐกิจจีนอาจโตแค่ 3% ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทรุดหนักแน่

บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 28 ก.ค. อ้างรายงานธนาคารบาร์เคลย์ส ซึ่งทำการวิเคราะห์สถานการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ถ้าหากเศรษฐกิจจีนถึงคราชะลอตัวอย่างหนัก ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดิ่งเหวลงอย่างมาก

ในรายงานของธนาคารบาร์เคลย์สได้ตั้งสมมติฐานว่า ถ้าหากการเติบโตของเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวลงไปอยู่ที่แค่ 3% เท่านั้น ในระยะ 3 ปีข้างหน้านี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกอย่างหนัก โดยคาดว่าราคาน้ำมันจะดิ่งลงมาที่ 70 เหรียญสหรัฐ ราคาทองแดงจะร่วงลงมากกว่า 60% หรือราคาสังกะสีก็จะดิ่งลงกว่าครึ่งหนึ่ง

ซูดาชินา อุนนิกริชนัน และ เจี้ยน ฉาง นักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์ส กล่าวว่า การตั้งสมมติฐานดังกล่าวนั้น ประเมินมาจากตัวเลขพื้นฐานของผลผลิตทางอุตสาหกรรมในจีนที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง และยังมีพื้นฐานมาจากภาวะความตึงเครียดในภาคการเงินของจีนอันเกิดจากปัญหาหนี้ทั้งของภาคเอกชนและรัฐบาลท้องถิ่น ตลอดจนการใช้นโยบาย “หลี่โกโนมิกส์” หรือนโยบายของนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน ที่มุ่งการเปลี่ยนรูปแบบทางเศรษฐกิจของจีนให้หันมาพึ่งตลาดภายในมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่พึ่งพาแต่การส่งออก โดยนโยบายดังกล่าวกำลังทำให้เศรษฐกิจจีนเชื่องช้าลงไปอีก

รายงานระบุว่า ไม่เพียงแต่ธนาคารบาร์เคลย์สเท่านั้น ที่ตั้งสมมติฐานถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอย่างรุนแรง ทางด้านธนาคารโนมูระ โฮลดิงส์ ในญี่ปุ่น ก็ประเมินไว้เช่นกันว่ามีโอกาสถึง 1 ใน 3 ที่เศรษฐกิจจีนจะหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงปลายปี 2014

ขณะที่ทางด้านธนาคารโซซิเอเต เจเนรัล ก็ระบุว่า มีความเสี่ยงที่ไม่อาจจะเพิกเฉยได้ ที่เศรษฐกิจจีนจะเติบโตต่ำกว่า 6% ในปีนี้ และยังมีโอกาสที่จะโตต่ำไม่ถึง 3% ด้วยในอนาคต

ทั้งนี้ นโยบายทางเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีจีนเพื่อควบคุมปัญหาฟองสบู่ในภาคสินเชื่อและภาคอสังหาริมทรัพย์ พร้อมๆ กับการใช้นโยบายเพิ่มการปกป้องสิ่งแวดล้อมนั้น กำลังสร้างความเสี่ยงมากขึ้นที่เศรษฐกิจจีนจะหดตัวลงหนักกว่าเดิม จากที่เศรษฐกิจของประเทศก็เชื่องช้าอยู่

เห็นได้จากการเติบโตของจีดีพีในไตรมาส 2 ของจีนนั้น หดตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 โดยเติบโตอยู่ที่ 7.5% ขณะที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งตั้งเป้าว่าในปีนี้เศรษฐกิจจีนจะเติบโตอยู่ที่ 7% ทั้งนี้เศรษฐกิจจีนในระยะ 10 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่เคยเติบโตต่ำกว่า 7.6% แม้แต่ปีเดียว ซึ่งผลกระทบจากการหดตัวของจีนนั้นกำลังทำให้ประเทศที่ส่งออกสินค้าประเภทวัตถุดิบและแร่ กำลังเจอกับปัญหาหนัก ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย บราซิล และแอฟริกาใต้

“เราไม่รู้ว่าโลกพร้อมหรือยังกับการเติบโตในระดับต่ำกว่า 7% ของจีน ซึ่งในอีกทศวรรษข้างหน้านี้ การคิดว่าเศรษฐกิจจีนจะโตที่ 10% หรือ 8% นั้นก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้ด้วย” ออร์วิลล์ เชล ผู้อำนวยการศูนย์ความสัมพันธ์สหรัฐจีน ประจำเอเชียสมาคมในมหานครนิวยอร์คให้ความเห็น

ขณะเดียวกัน ทางด้าน โจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐนั้นยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ว่าการเติบโตของเศรษฐจีนจะเชื่องช้าลงก็ตาม

“ความเชื่องช้าของจีนไม่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐ แต่ทว่าการเติบโตที่เชื่องช้าลงในเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีนนั้นจะส่งผลกระทบต่อโลกอย่างแน่นอน” ไบเดน กล่าวต่อสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก

ทั้งนี้ จีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐต่อจากแคนาดา โดยการค้าสองฝั่งเมื่อปีที่แล้วมีมูลค่าทะลุ 5.362 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสหรัฐเป็นฝ่ายขาดดุลการค้าจีนกว่า 3.15 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าสหรัฐขาดดุลจีนมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ขณะที่จีนก็เป็นรัฐบาลต่างชาติที่ถือพันธบัตรสหรัฐมากที่สุดในโลกด้วยมูลค่าเมื่อเดือน พ.ค. ที่ 1.316 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69