
การบินสูญ 5 หมื่นล้าน สังเวยภูเขาไฟไอซ์แลนด์
โพสต์ทูเดย์
— ไออาตาคาดสายการบินทั่วโลกสูญรายได้กว่าพันล้าน หลังระงับบิน 1 สัปดาห์สำนักข่าวเอพีรายงานว่าสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) คาดว่าวิกฤตการจราจรทางอากาศที่เกิดจากเถ้าถ่านภูเขาไฟเหนือน่านฟ้ายุโรป ทำให้สายการบินสูญเสียรายได้กว่า 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.4 หมื่นล้านบาท)
นายโจวานนี บิซิกนานี ผู้อำนวยการไออาตา กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาที่เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2552 ซึ่งสายการบินสูญเสียรายได้ 9,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะสูญเสียเงินอีก 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9 หมื่นล้านบาท) ในปีนี้
พร้อมกันนี้ผู้อำนวยการไออาตาเรียกร้องรัฐบาลให้หาวิธีชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่สายการบินที่ต้องสูญเสียรายได้มหาศาลจากการปิดน่านฟ้า เหมือนกับที่รัฐบาลสหรัฐเคยจ่ายเงินชดเชย 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐแก่สายการบินหลังจากเกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยา
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า การปิดน่านฟ้าครั้งนี้ส่งผลให้การท่องเที่ยวของสเปนสูญรายได้ไปแล้วกว่า 252 ล้านยูโร (ราว 1 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้รายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคิดเป็น 11% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสเปน
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สมาคมการท่องเที่ยวของสหรัฐระบุว่า การยกเลิกเที่ยวบินครั้งมโหฬารของสายการบินในยุโรปอันเนื่องมาจากการปะทุของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์นั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐมูลค่ากว่า 650 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2 หมื่นล้านบาท) รวมทั้งส่งผลต่อตำแหน่งงาน 6,000 ตำแหน่ง
“
ความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 130 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน (ราว 4,000 ล้านบาท) ซึ่งวิกฤตการณ์การบินในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องสะท้อนอย่างดีว่า โลกพึ่งพาการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจทุกประเภทมากขนาดไหน” สมาคมการท่องเที่ยวระบุโรเจอร์ ดาวน์ ประธานสมาคมการท่องเที่ยวสหรัฐยังกล่าวอีกว่าเมื่อความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจโดยเฉพาะขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากภาวะถดถอยนั้นไม่สามารถรับกับการกระทำที่เกินกว่าเหตุอย่างการยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดได้
” กล่าวอย่างไรก็ตาม นอกจากการปะทุของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวแล้ว ยังรวมถึงภาคการส่งออกอีกด้วย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มาเลเซียซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก กำลังเผชิญกับฝันร้ายครั้งใหญ่ เนื่องจากปัญหาเถ้าถ่านภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ที่ทำให้ยุโรปต้องปิดน่านฟ้านานเกือบ 1 สัปดาห์นั้น จนเป็นเหตุให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหาย ทั้งที่มีแนวโน้มว่ากำลังจะฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก
นายวอลเตอร์ คูลัส ประธานสมาคมผู้ส่งออกมาเลเซีย กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มาเลเซียไม่สามารถส่งออกสินค้าราว 400 ตันไปยังยุโรปได้ สร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านริงกิต
“
ระบบการขนส่งสินค้าที่เป็นอัมพาต ส่งผลให้เศรษฐกิจมาเลเซียได้รับความเสียหาย ทั้งที่กำลังจะฟื้นตัวอยู่แล้ว” คูลัส กล่าวด้านมูคริซ มหาธี รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมนานาชาติ กล่าวว่า รัฐบาลจะเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เพื่อให้การส่งออกกลับมาอยู่ในสภาวะปกติอีกครั้ง
ขณะที่ทางด้านภูมิภาคแอฟริกา ซึ่งพึ่งพาการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมเป็นหลัก ก็ต้องเผชิญกับความเสียหายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในเคนยา ซึ่งส่งออกสินค้าเกษตรกว่า 1,000 ตันต้องประสบภาวะชะงักงัน หลังมีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา
นอกจากนั้นทางด้านบรรดาผู้ประกอบร้านซูชิ หรือปลาดิบ อาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะร้านค้าต่างๆ ไม่สามารถนำเข้าปลาแซลมอนจากนิวซีแลนด์ และนอร์เวย์ซึ่งเป็นตลาดค้าปลาแซลมอนขนาดใหญ่ของโลกเข้ามาได้
“
แน่นอนว่า แม้กลุ่มขี้เถ้าและควันไฟจะไม่ได้พัดมายังน่านฟ้าของเอเชีย แต่ฉันก็สวดภาวนาทุกวันให้กลุ่มควันเหล่านี้หายไปในเร็ววัน” ผู้ค้ารายหนึ่งในตลาดขายปลาซึกิจิ ซึ่งเป็นตลาดค้าปลาใหญ่ที่สุดในโลกกล่าวขณะที่ผู้ค้าอีกรายหนึ่งบอกว่า มีหน้าร้านเพียงปลาแซลมอน 3 ชิ้นเล็กๆ วางโชว์ไว้เท่านั้น ทั้งที่ปกติทางร้านจำหน่ายปลาแซลมอนมากถึง 20 กิโลกรัมต่อวัน
ด้านบริษัท ประมงไซโหกุ ผู้นำเข้าปลาแซลมอนรายใหญ่ของญี่ปุ่น ระบุว่า ปกติจะนำเข้าปลาแซลมอนจากนอร์เวย์ถึงปีละ 2,000 ตัน แต่จากการประกาศยกเลิกเที่ยวบินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ทางบริษัทต้องสูญเสียรายได้กว่า 30 ล้านเยน (ราว 10.4 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งเดือน
แต่ทว่าบริษัทค้าปลารายใหญ่ในนิวซีแลนด์เปิดเผยว่า หลังจากมีการยกเลิกคำสั่งให้ปิดน่านฟ้า และสายการบินบางส่วนเริ่มกลับมาทำการบินปกติอีกครั้งนั้น กลุ่มลูกค้าในหลายเมืองใหญ่ อาทิ ดูไบ กรุงเทพฯ สิงคโปร์ โอซากา และโตเกียว เริ่มทยอยสั่งซื้อแซลมอนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แกรนด์ โรสเวนน์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ระบุว่า ดูไบมียอดสั่งมากขึ้นถึง 100 เท่าตัวจากปกติ กรุงเทพฯ มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ขณะที่ลูกค้าในเมืองอื่นๆ ก็เพิ่มยอดการสั่งซื้อจากเดิมอีก 2 เท่า







