
ศก.เอเชียกระอักจีนชะลอ-ทุนไหลออก
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นทิศทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นทิศทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
เห็นได้จาก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในปีนี้ ลงมาเหลืออยู่ที่ 6.3% จากเดิมที่ 6.6% อันเป็นผลพวงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเอดีบีคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 7.7% จาก 8.2%
ทั้งนี้ การชะลอตัวของจีดีพีแดนมังกรดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความพยายามปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน เพื่อลดพึ่งพาการส่งออกและการลงทุน เนื่องจากจีนต้องการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพและยั่งยืนมากกว่าตัวเลขจีดีพีที่ร้อนแรง
ขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียต้องเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง จากความกังวลของนักลงทุนที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบที่ 3 ภายในปีนี้ ซึ่งล่าสุดเบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการเฟด ออกแถลงการณ์ย้ำอีกครั้งว่า พร้อมจะยุติการใช้คิวอี 3 ต่อเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเท่านั้น และจะยังคงจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน
ท่าทีของเฟด ส่งผลให้ค่าเงินรูปีของอินเดียอ่อนค่าลงทุบสถิติ เป็นเหตุให้ธนาคารกลางอินเดีย (อาร์บีไอ) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งประกอบด้วยอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมข้ามคืนระหว่างธนาคาร และอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน จากระดับ 8.25% สู่ระดับ 10.25% เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินรูปีที่อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดที่ 61.25 รูปีต่อเหรียญสหรัฐ







