
ดีทรอยต์ล้มละลาย
ตกตะลึงไปทั่วโลก เมื่อเมืองดีทรอยต์ เมืองอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคยเรืองรองของสหรัฐ ประกาศยื่นคำร้องพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อป้องกันการล้มละลาย
ตกตะลึงไปทั่วโลก เมื่อเมืองดีทรอยต์ เมืองอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคยเรืองรองของสหรัฐ ประกาศยื่นคำร้องพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อป้องกันการล้มละลาย เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระหนี้ที่สูงถึง 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐได้
ที่มาที่ไปของปัญหาหนี้ก้อนมหาศาลก็เกิดมาจากปัญหาที่สั่งสมมานานร่วมครึ่งศตวรรษ เนื่องจากนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 หลังจากที่ค่ายบริษัทรถยักษ์ใหญ่ ต่างเริ่มย้ายฐานการผลิตออกไปยังเมืองอื่นที่มีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าแทนก็ได้ส่งผลให้การจ้างงาน และจำนวนคนที่อยู่อาศัยในท้องถิ่นลดลงอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากทางการสหรัฐเผยว่าประชากรในเมืองนี้เคยไต่ขึ้นไปสู่จุดสุงสุดที่ 1.85 ล้านคน ในปี 1985 ก่อนที่จะลดลงมาเหลือแค่ 7 แสนคน ในปี 2012 ขณะที่การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมจากระดับ 2.96 แสนตำแหน่ง ในปี 1950 ลดลงมาเหลืออยู่ที่ 2.7 ตำแหน่ง ในปี 2011
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เองจึงทำให้การจัดเก็บภาษี เพื่อหารายได้ของรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองดีทรอยต์ จึงลดลงอย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องหันไปพึ่งวิธีการระดมเงินกู้ด้วยการออกขายพันธบัตรแทนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่รายจ่ายในการดูแลด้านกิจการสาธารณะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่นกลับเข้ามาเพียงน้อยนิดเท่านั้น จึงทำให้เมืองแห่งนี้ประสบปัญหาขาดดุลงบประมาณเรื่อยมา ซึ่งยอดการขาดดุลงบประมาณในปี 2012 ทั้งหมดอยู่ที่ 326.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2017 หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ไม่เพียงเท่านั้นผลจากการที่รัฐบาลท้องถิ่นมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ก็ทำให้การบริการสาธารณะและการดูแลความปลอดภัยของประชาชนทำได้ไม่ทั่วถึง ทำให้สถิติการก่ออาชญากรรมในเมืองนี้พึ่งขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี จึงกลายเป็นปัจจัยที่ยิ่งทำให้ประชาชนพากันย้ายออกจากเมืองแห่งนี้มากขึ้นก็ยิ่งไป ทำให้รายได้จากการเก็บภาษีจากประชาชนในเมืองยิ่งน้อยลง
ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ จึงกลายเป็นที่มาของปัญหาหนี้ที่เพิ่มขึ้นจนมาถึงในจุดที่รัฐบาลไม่สามารถแบกรับต่อได้แล้ว และจำเป็นร้องขอพิทักษ์ทรัพย์จากการล้มละลายจากศาลแทน







