
นั่งรถไฟไปฮอกไกโด (4)
เรื่องหนึ่งที่ผมนับถือคนญี่ปุ่นเสมอมาก็คือความเพียบพร้อมในข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นช่องพักในโรงแรมแคปซูล (ย้ำว่าช่องพักนะครับ ไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด)
เรื่องหนึ่งที่ผมนับถือคนญี่ปุ่นเสมอมาก็คือความเพียบพร้อมในข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นช่องพักในโรงแรมแคปซูล (ย้ำว่าช่องพักนะครับ ไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด) หรือในห้องพักบนรถไฟ Cassiopeia โดยเฉพาะห้อง Twin ที่มีขนาดไม่ใหญ่แต่มีอะไรครบถ้วน ตั้งแต่เก้าอี้ที่ปรับเป็นเตียงนอนได้ โต๊ะพับสำหรับรับประทานอาหาร ทีวีจอเล็ก วิทยุ นาฬิกา เครื่องปรับอากาศ ไฟอ่านหนังสือ แต่ที่ผมชื่นชมมากเป็นพิเศษก็คือ ห้องน้ำ ขนาดกะทัดรัดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกสิ่งอย่าง ทั้งโถส้วม ตู้เก็บของและอ่างล้างหน้า สองอย่างแรกนี่ผมไม่แปลกใจ แต่อ่างล้างหน้านี่ผมยกนิ้วให้เลย ผมเคยเห็นอ่างล้างหน้าหรืออ่างล้างมือขนาดกะทัดรัดในญี่ปุ่นมาเยอะแล้ว แต่อ่างนี้ออกแบบได้เยี่ยมมากเพราะเป็นแบบพับเก็บได้ไม่เปลืองพื้นที่เลย เวลาจะใช้ก็ดึงออกมาจากผนัง เลิกใช้ก็พับเก็บสุดยอดจริงๆ ครับ
ผมและสมาชิกนั่งเอกเขนกอ่านหนังสือ เล่นเกม กินขนม ชมวิว ชิมข้าวกล่องไปจนได้เวลาอาหารค่ำก็รีบจัดแจงแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วเตรียมเดินออกจากห้องพักไปที่ห้องอาหารในตู้ที่ 3 ก็ปรากฏว่าพนักงานของห้องอาหารเดินมาเชิญพอดี การรับประทานอาหารในห้องอาหารของขบวน Cassiopeia เป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาด แต่ต้องจองล่วงหน้าพร้อมๆ กับตอนจองตั๋ว เพราะเขามีที่นั่งจำกัดจึงแบ่งเป็นรอบๆ อย่างที่เคยให้ข้อมูลไปแล้ว นอกจากนี้ยังต้องเลือกอาหารล่วงหน้าไปด้วยเลย เขามีให้เลือก 2 เมนู คือ อาหารญี่ปุ่นราคา 5,500 เยน และอาหารฝรั่งเศสราคา 7,800 เยน ผมตั้งใจจะเลือกอาหารฝรั่งเศส 3 ที่ เพราะได้ข้อมูลมาว่าอาหารฝรั่งเศสขึ้นชื่อลือเลื่องกว่า และกะจะสั่งอาหารญี่ปุ่นเพียงแค่ที่เดียวเพื่อทดลองชิม แต่รอบนั้นเหลืออาหารฝรั่งเศสเพียงแค่ 2 ที่ เลยจำต้องรับอาหารญี่ปุ่นไปอีก 2 ที่ เพราะระเบียบของห้องอาหารคือ ทุกท่านที่เข้าไปต้องรับประทานอาหาร ไป 4 คน รับประทาน 3 คนไม่ได้ และบางครั้งถ้าท่านจองช้าอาจจะไม่มีที่นั่งด้วยกันก็ได้ เพราะฉะนั้นใครอยากรับประทานเมนูอะไรตามใจปรารถนาต้องจองล่วงหน้านานหน่อยนะครับ ส่วนท่านที่จองไม่ทันหรือไม่อยากรับประทานอาหารชุด ก็มีทางเลือกอื่นคือจะมีเจ้าหน้าที่เข็นรถมาขายของซึ่งมีเบนโตะขายด้วย เวลามาถึงหน้าตู้โดยสารพนักงานก็จะปุ่มสัญญาณซึ่งจะมีเสียงเตือนในห้องพักว่าขณะนี้มีพนักงานกำลังให้บริการอยู่ ท่านก็สามารถโผล่ออกมาสั่งได้ไม่ต้องเสียเวลาคอยชะเง้อหาครับะ
คอร์สอาหารฝรั่งเศสเริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยมีเนื้อปลาแซลมอนและหอยโฮตาเตะสดๆ ราดด้วยน้ำมันมะกอก แล้วตามด้วยอาหารจานแรก ประกอบด้วยกุ้งและเนื้อปลาราดด้วยซอสไวน์แดง แค่ 2 จานแรกก็แทบจะอิ่มแล้วครับ แต่พอเจออาหารจานหลักเป็นสเต๊กเนื้อสันใน ก็มีแรงใจรับประทานต่อทันที เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำเข้ากันได้ดีกับเกรวี่รสเข้มข้น ผมค่อยๆ ละเลียดรับประทานพร้อมชมวิวยามค่ำคืนของภูมิภาคโทโฮขุ เพราะช่วงเวลาอาหารค่ำของผมบังเอิญเป็นช่วงที่ผ่านเมืองเซนไดพอดี เสียดายที่มืดไปหน่อยแต่ก็ถือว่าได้บรรยากาศ ปิดท้ายเป็นของหวาน ประกอบด้วยไอศกรีมวานิลลามูสและสตรอเบอร์รี่สด เสิร์ฟพร้อมชาหรือกาแฟ ปิดท้ายมื้อค่ำสุดหรูแสนอร่อยและอิ่มจนพุงจะแตก ส่วนอาหารญี่ปุ่นที่ผมสั่งมาทดลองชิมก็เป็นอาหารชุดในกล่อง รสชาติใช้ได้แต่ไม่โดดเด่นเลยไม่ขอแนะนำ
เสร็จจากอาหารค่ำแล้วก็เตรียมตัวนอน แต่ผมยังนอนไม่ได้จนกว่าจะได้อาบน้ำเลยต้องไปพึ่งบริการห้องอาบน้ำสาธารณะ ขั้นแรกก็ต้องไปซื้อบัตรอาบน้ำก่อน มีจำหน่ายที่รถเสบียงในราคาใบละ 420 เยน ซึ่งจะมีเวลาให้อาบ 6 นาที ไม่ต้องตกใจครับ 6 นาทีที่ว่าเป็นเวลาที่น้ำไหลไม่ใช่เวลาที่ใช้ห้อง ตอนซื้อบัตรก็ต้องจองเวลาด้วยเหมือนกัน รอบละครึ่งชั่วโมง หลังจากได้บัตรแล้วผมก็รีบกลับห้องไปเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องอาบน้ำทันที ห้องอาบน้ำมีอยู่ 2 ห้องในตู้ที่ 6 และตู้ที่ 10 ภายในห้องอาบน้ำแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแห้ง สำหรับผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและไดรผม และส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำ ช่องเสียบบัตรเพื่อเปิดน้ำอยู่ในส่วนแห้ง เมื่อเสียบบัตรแล้วจะมีสัญญาณไฟสีแดงสว่างขึ้น และตัวเลขในห้องอาบน้ำใต้ฝักบัวก็จะสว่างขึ้นโดยบอกเวลาที่ 6 นาที ด้านข้างตัวเลขจะมีปุ่มสีแดงและสีเขียวพร้อมสัญลักษณ์เปิดและปิดน้ำและภาษาอังกฤษกำกับ รับรองว่ากดไม่ผิดแน่นอน เมื่อท่านพร้อมก็กดปุ่มเปิดหยุดใช้ก็กดปุ่มปิด อย่าเปิดแช่เพราะเวลาจะเดินไปเรื่อยๆ ช่วงฟอกสบู่หรือสระผมก็ปิดซะจะได้ไม่เปลือง อาบน้ำเสร็จผมยังเหลือเวลาใช้น้ำอีกตั้ง 3 นาทีครึ่ง แสดงว่าผมใช้น้ำเพียงแค่ 2 นาทีกว่าเอง เลยทำให้นึกถึงสมัยเรียน รด. ที่ต้องอาบน้ำในเวลาจำกัดจำเขี่ย แต่นี่ดีกว่าหน่อยตรงที่เราควบคุมเองไม่ต้องฟังเสียงนกหวีด เสียอย่างเดียวอาบตอนรถไฟวิ่งนี่มันโคลงเคลงไปหน่อย บางตอนรถกระตุกก็ต้องระวังหัวกระแทกผนัง แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะกระแทกพื้นเพราะห้องเล็กนิดเดียวครับ อาบเสร็จก็ออกมาแต่งตัว อันนี้หนักกว่าอาบน้ำเพราะต้องเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าก้มๆเงยๆ ในห้องแคบๆ ขณะที่รถกำลังวิ่ง ใครที่เมารถง่ายต้องระมัดระวัง เกิดหน้ามืดเป็นลมเป็นแร้งไปตอนที่ใส่เสื้อผ้ายังไม่เสร็จนี่คงไม่น่าดูนัก
ผมสังเกตดูไม่เห็นมีคนญี่ปุ่นมาใช้บริการห้องอาบน้ำกันสักเท่าไหร่ เลยอนุมานเอาว่าคนญี่ปุ่นคงซักแห้งเหมือนสมาชิกในครอบครัวผม แต่อาบน้ำแล้วก็ดีครับจะได้หลับอย่างสบายตัว ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์อันล้ำค่าครับ







