
ศก.จีนส่อชะลอหนักค้าเกินดุลดิ่งวูบ 14%
เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัวหนัก ภายหลังสำนักงานศุลกากรของแดนมังกรเปิดเผยตัวเลขการค้าประจำเดือน มิ.ย.
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัวหนัก ภายหลังสำนักงานศุลกากรของแดนมังกรเปิดเผยตัวเลขการค้าประจำเดือน มิ.ย. พบว่า ยอดส่งออกปรับตัวลดลง 3.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นการลดลงครั้งแรกตั้งแต่เดือน ม.ค. 2555 ขณะที่ยอดนำเข้าดิ่งลง 0.7% ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าของประเทศร่วงหนักถึง 14% มาอยู่ที่ 2.713 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.13 แสนล้านบาท)
เจิ้ง เยวเซิง โฆษกสำนักงานศุลกากรจีน ชี้ว่า ตัวเลขการค้าที่อ่อนครั้งนี้เป็นผลพวงจากความต้องการสินค้าจีนในต่างประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับต้นทุนการผลิตสินค้าจีนที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของยอดเกินดุลการค้าครึ่งปีแรกของปีนี้ อยู่ที่ 58.5% ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่ง ทว่านักวิเคราะห์ชี้ว่าเป็นผลจากการที่ผู้ส่งออกในประเทศตบแต่งตัวเลขในช่วงครึ่งปีแรก จึงไม่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง
“ตัวเลขส่งออกเมื่อต้นปีดีเกินคาด แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้ว รัฐบาลจีนต้องทบทวนนโยบายเศรษฐกิจครั้งใหม่ เพราะดูเหมือนว่าเงินหยวนจะแข็งค่าเกินไป” เว่ย เหยา นักเศรษฐศาสตร์ประจำโซซิเอเต เจนเนอรัล ระบุ
สอดคล้องกับ หลิว ลีกัง นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเอเอ็นซี ในออสเตรเลีย ที่เตือนว่า การค้าที่อ่อนแอเสี่ยงกระทบการจ้างงานในจีนอีกด้วย
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หั่นเป้าเศรษฐกิจโลกปีนี้ พร้อมเตือนว่า โลกเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกและความผันผวนในตลาดทุน
ล่าสุด บลูมเบิร์ก รายงานว่า เจพี มอร์แกน เช่นเดียวกับนักลงทุนรายอื่นๆ กำลังแห่ซื้อหุ้นบริษัทสัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันราคาร่วงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2552
“นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณชะลอมาตรการคิวอี ตลาดทุนเกาหลีใต้ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีเอ็มเอสซีไอเกาหลีใต้ร่วง 9% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นตลาดเกิดใหม่เอ็มเอสซีไอดิ่งลง 13% ดังนั้นจึงนับเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปลงทุน เพราะแนวโน้มผลประกอบการบริษัทโสมขาวนั้นสดใสมาก เช่นเดียวกับเงินวอนที่อ่อนค่าลง ซึ่งจะช่วยหนุนผู้ส่งออก” บลูมเบิร์ก รายงาน







