
เยอรมันแฉมะกันล้วงตับยุโรป
แฉสหรัฐลอบสอดแนมสำนักงานอียู ประธานสภายุโรปขอคำชี้แจงด่วน หวั่นกระเทือนสัมพันธ์สองฝ่าย
แฉสหรัฐลอบสอดแนมสำนักงานอียู ประธานสภายุโรปขอคำชี้แจงด่วน หวั่นกระเทือนสัมพันธ์สองฝ่าย
นิตยสารรายสัปดาห์ เดอ สปีเกิลในเยอรมนี รายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) แอบสอดแนมและลักลอบเข้าถึงข้อมูลในสำงานของสหภาพยุโรป (อียู) ที่นครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางข่าวอื้อฉาวของเอ็นเอสเอที่ลอบดำเนินโครงการสอดแนมและดักฟังข้อมูลผ่านทางอีเมล โทรศัพท์ของรัฐบาลต่างชาติ
นิตยสารชื่อดังแห่งเมืองเบียร์ ระบุอีกว่า ได้รับการยืนยันแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการสอดแนมข้อมูลของสหรัฐมาจากเอกสารลับที่น่าเชื่อถือหลายฉบับซึ่งเอกสารลับฉบับหนึ่งที่เขียนขึ้นในเดือน ก.ย. 2552 ระบุถึงรายละเอียดและวิธีการในการเข้าถึงข้อมูลของสำนักงานอียูในเมืองหลวงของสหรัฐอีกด้วย
“เอ็นเอสเอแอบติดตั้งเครื่องดักฟังในตัวอาคาร และแอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานอียู ซึ่งทำให้เข้าถึงอีเมลและเอกสารลับได้ทุกฉบับ ในขณะเดียวกันเป้าหมายการสอดแนมอาจรวมไปถึงสำนักงานใหญ่ของอียูอีกด้วย” เดอ สปีเกิล ระบุ
ภายหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวออกมา ล่าสุด มาร์ติน ชูลซ์ ประธานสภาอียูได้ออกแถลงการณ์ว่า รู้สึกตกใจกับเรื่องดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐออกมาให้คำอธิบายที่ชัดเจนต่อโครงการสอดแนมที่มีต่ออียูที่เกิดขึ้น เนื่องจากหากเรื่องดังกล่าวได้รับการพิสูจน์และยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ก็อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ของยุโรปกับสหรัฐอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ อียูเคยประสบกับการถูกแอบสอดแนมข้อมูลมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยในปี 2003 อียูตรวจพบเครื่องดักฟังในอาคารของสำนักงานอียูในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ทว่ากรณีที่เกิดขึ้น เดอ สปีเกิล ไม่ได้เชื่อมโยงเข้ากับกรณีของสหรัฐในครั้งนี้







