
หมอกควันอิเหนาลามหนักโวยบริษัทปาล์มน้ำมันต้นเหตุ
สถานการณ์หมอกควันจากการเผาพื้นที่เตรียมการเกษตรในอินโดนีเซียลามหนัก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สถานการณ์หมอกควันจากการเผาพื้นที่เตรียมการเกษตรในอินโดนีเซียลามหนัก ล่าสุดดัชนีมลพิษในมาเลเซียพุ่งขึ้นทำลายสถิติใหม่ โวยบริษัทปาล์มน้ำมันต้นเหตุ
รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 2 เขตทางตอนใต้ใกล้กับอินโดนีเซีย หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันจากไฟป่าในอินโดนีเซียอย่างหนัก ทำให้ดัชนีมลพิษทางอากาศแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี
จี พาลานิวัล รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย เปิดเผยว่า ดัชนีมลภาวะทางอากาศ (เอพีไอ) ที่วัดได้ที่เมืองมูอาร์ แตะระดับ 750 จุด ซึ่งเป็นค่าที่สูงที่สุดในรอบ 16 ปีของประเทศ โดยขณะนี้มี 2 เมืองที่ดัชนีมลภาวะทางอากาศแตะระดับอันตรายมาก
นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก แห่งมาเลเซีย ได้ลงนามประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองมูอาร์ และเมืองเลดังแล้วเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. หลังจากที่หมอกควันจากไฟป่าในเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียยังคงลอยฟุ้งเข้ามาไม่หยุด สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซียอย่างหนัก
ส่วนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียเอง สถานการณ์ก็ย่ำแย่ที่สุดครั้งหนึ่งด้วย เมื่อสภาพอากาศขมุกขมัวทั้งเมือง ประชาชนต้องสวมหน้ากากป้องกัน โดยดัชนีมลภาวะทางอากาศในกรุงกัวลาลัมเปอร์อยู่ชี้ค่าที่ “ไม่ดีต่อสุขภาพ”
ที่รัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ของมาเลเซีย ได้สั่งปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนไปแล้ว นอกจากนั้นรัฐบาลมาเลเซียยังสั่งให้ทำฝนเทียมขึ้น โดยหวังว่าน้ำฝนที่ตกลงมาจะทำให้สภาพอากาศดีขึ้น
ปัญหาไฟป่าในอินโดนีเซียนั้นเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ทว่าในปีนี้ดูเหมือนว่าจะรุนแรงมากกว่า จนนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมมองว่าอาจจะเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้สถานการณ์ในปีนี้รุนแรงขึ้น
เวอร์เนอร์ แอล โคเม็กซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมของธนาคารโลก สำนักงานในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย กล่าวว่า สภาพป่าเขตร้อนนั้นมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมาก ซึ่งทำให้ป่าเขตร้อนมีความเสี่ยงอย่างมากในช่วงฤดูแล้งอันยาวนานเช่นนี้ในอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ วิกฤตไฟป่าในอินโดนีเซียที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้บริษัทปลูกปาล์มน้ำมันจากทั้งอินโดนีเซียเอง สิงคโปร์ และมาเลเซีย กำลังถูกเพ่งเล็งอย่างหนัก เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ได้ทำการถางป่าปลูกปาล์มน้ำมันกินพื้นที่บริเวณกว้างบนเกาะสุมาตรา กระนั้นบริษัทเหล่านี้ก็ยืนยันว่าทางบริษัทไม่มีนโยบายใช้การเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่การปลูกแต่อย่างใด
ที่ผ่านมา ทางด้านรัฐบาลอินโดนีเซียได้สั่งห้ามการใช้วิธีเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก แต่ทว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวยังคงอ่อนแอ และไร้เสถียรภาพอย่างมาก
นอกจากนั้น แม้ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียจะให้คำมั่นว่าจะดำเนินการสอบสวน 8 บริษัทปาล์มน้ำมันบนเกาะสุมาตรา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องต่อไฟป่าในครั้งนี้หรือไม่ กระนั้นก็ตาม คาดว่าอินโดนีเซียจะไม่สามารถบังคับใช้คำสั่งได้จริงจัง เนื่องจากอำนาจทางการเมืองอยู่ที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในพื้นที่มากกว่า เพราะอินโดนีเซียมีระบบการเมืองที่กระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นมากเกินไป
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสิงคโปร์และอินโดนีเซียต่างปะทะคารมกันอย่างดุเดือดต่อปัญหานี้ โดยสิงคโปร์พยายามกดดันให้รัฐบาลกรุงจาการ์ตาเร่งแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้ ขณะที่อินโดนีเซียตอบโต้ว่าสิงคโปร์เอง รวมไปถึงมาเลเซียก็ควรรับผิดชอบ เพราะบริษัทของสิงคโปร์เองก็ทำไร่ปาล์มน้ำมันในพื้นที่เหล่านั้นด้วยเช่นกัน
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กรีนพีซ กลุ่มเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดังของโลก ได้เปิดเผยว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นบนเกาะสุมาตรานั้น เป็นผลจากการเผาถางพื้นที่ของบริษัทจากทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์
ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยประสบปัญหาหมอกควันครั้งใหญ่จากอินโดนีเซียมาแล้วในอดีตระหว่างปี 1997-1998 ซึ่งในครั้งนั้นได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่าถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเดินทางทางอากาศ







