
หุ้นทั่วโลกดิ่งแรงเฟดลั่นชะลอ "คิวอี" ปีนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศอาจพิจารณาชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบที่ 3 ซึ่งเป็นการเข้าซื้อพันธบัตรมูลค่าสูงถึง 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.55 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน ลงสู่ระดับปานกลางในปลายปีนี้ พร้อมกับอาจยุติโครงการลงในช่วงกลางปีหน้า หากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวตามเป้าที่เฟดตั้งไว้
“คณะกรรมการเฟดเห็นพ้องว่า ช่วงเวลาปลายปีนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะชะลอคิวอีลง และหากตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ เป็นไปตามเป้า ก็จะมีการยุติโครงการทั้งหมดภายในช่วงกลางปีหน้า” เบอร์แนนคี ประกาศภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายเฟดสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ภายใต้นโยบายชะลอและยุติคิวอีครั้งนี้ เฟดจะไม่เทขายตราสารหนี้ที่อิงกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (เอ็มบีเอส) ซึ่งปัจจุบันทางธนาคารกลางเข้าซื้อ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน โดยจะเทขายเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันธนาคารเข้าซื้อคิดเป็นมูลค่า 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.35 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน
ขณะที่รอยเตอร์สเผยผลสำรวจนักลงทุนในวอลสตรีต พบว่าส่วนใหญ่คาดว่าในช่วงแรกธนาคารกลางสหรัฐจะชะลอการซื้อพันธบัตรลงที่ระดับ 12.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐก่อน
ในส่วนของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันเฟดคงไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 00.25% นั้น ผู้ว่าการเฟดย้ำชัดว่าจะไม่มีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าอัตราว่างงานลดสู่ระดับ 6.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะต้องอยู่ต่ำกว่าระดับ 2.5%
นอกจากนี้ ทางธนาคารกลางยังได้เผยคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ โดยในเบื้องต้นปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปีนี้จาก 2.8% เหลือ 2.32% พร้อมกับเผยคาดการณ์ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) สำหรับปีหน้าที่ระดับ 33.5% และ 2.93.6% ในปี 2558
“อัตราว่างงานมีแนวโน้มดิ่งลงสู่ระดับ 7% ภายในกลางปีหน้า จากระดับ 7.6% ในปัจจุบัน และขณะเดียวกันปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต่อตลาดแรงงาน ได้เริ่มลดลงบ้างแล้ว” เบอร์แนนคี ระบุ
อย่างไรก็ตาม เบอร์แนนคี ย้ำชัดว่า หากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้า ธนาคารกลางก็พร้อมที่จะยกเลิกมาตรการชะลอลงทันที รวมทั้งอาจพิจารณาเพิ่มจำนวนพันธบัตรที่เข้าซื้อในแต่ละเดือน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เฟดเผยกรอบเวลาสำหรับการชะลอโครงการคิวอี ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดิ่งแรง โดยที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อช่วงปิดตลาดวันที่ 19 มิ.ย.นั้น ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลง 1.35% เอสแอนด์พี 500 ร่วง 1.39% และแนสแด็กดิ่งลง 1.12% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียที่ต่างดิ่งลงแรงช่วงปิดตลาดวันที่ 20 มิ.ย. โดยดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 1.74% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดฮ่องกงร่วง 2.85% และดัชนีตลาดหุ้นตลาดเกิดใหม่เอ็มเอสซีไอ ร่วงลง 1.9% ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน
การประกาศของเฟดยังส่งผลให้เกิดแรงเทขายสกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะเงินรูปีของอินเดีย ซึ่งอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐที่ 59.93 รูปี จากที่เคยดิ่งสู่ระดับต่ำ 58.98 รูปีต่อเหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่เงินริงกิตของมาเลเซียอ่อนค่าลง 1.6% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2554
ด้านราคาทองคำในตลาดโคเมกซ์ของสหรัฐ ร่วงแตะ 1,310.67 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. จาก 1,367.80 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในวันก่อน ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง
ในส่วนของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งสู่ระดับ 0.05% อยู่ที่ 2.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือน
“เฟดออกมาพูดอย่างชัดเจนว่าจะชะลอคิวอี ซึ่งทำเอานักลงทุนส่วนใหญ่ตกใจไม่น้อย” ลูคา เจลลิเน็ก นักวิเคราะห์จากเครดิต อะกริโกล กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของ พอล เอดเดลสไตน์ นักเศรษฐศาสตร์จากไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ ซึ่งเชื่อว่าเฟดมองโลกในแง่ดีเกินไป โดยไม่ตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงจากการตัดลดงบประมาณของประเทศ ตลอดจนการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรปและจีน
ขณะที่นักวิเคราะห์รายอื่นๆ เชื่อว่าท่าทีที่กล้ายืนยันชัดเจนของ เบอร์แนนคี ล่าสุดนี้ น่าจะเป็นผลมาจากการที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ออกมาส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า ตำแหน่งประธานเฟดของ เบอร์แนนคี ใกล้หมดวาระลงแล้ว
ทั้งนี้ ล่าสุดสื่อในเมืองลุงแซมเปิดเผยรายชื่อตัวเก็งที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการเฟดคนใหม่ต่อจาก เบอร์แนนคี ซึ่งจะหมดวาระลงในต้นปีหน้า ได้แก่ เจเน็ต เยลเลน รองผู้ว่าการเฟด ลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส อดีตผู้อำนวยการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ทิโมธี ไกธ์เนอร์ อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐ โรเจอร์ เฟอร์กูสัน ประธานกองทุนทีไอเอเอซีอาร์อีเอฟ (TIAACREF) และโดนัลด์ โคห์น อดีตรองผู้ว่าการเฟด







