posttoday
มองเกาหลีใต้

มองเกาหลีใต้

18 เมษายน 2553

...วิกรม กรมดิษฐ์

ผมเคยเดินทางไปประเทศเกาหลีครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2517 ขณะนั้นเป็นการเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางไปไทเป ประเทศไต้หวัน สิ่งแรกที่ผมเห็นและจำได้ติดตาติดใจคือภาพความเข้มงวดของคนเกาหลี ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนอยู่สงคราม เจ้าหน้าที่เกาหลีมีความจริงจังกับหน้าที่ที่เขารับผิดชอบมาก หลังจากนั้นไม่นานผมมีโอกาสได้ดูสารคดีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามเกาหลีที่สะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ยากตลอดจนผลกระทบต่างๆ จากสงคราม ภาพประชาชนเกาหลีที่อยู่อย่างแร้นแค้นและอดอยาก

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศเกาหลีเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นการเดินทางไปเกาหลีอย่างเป็นทางการ เนื่องจากได้ใช้เวลาท่องเที่ยวอยู่ในเกาหลีหลายวัน ภาพต่างๆ ที่ผมเคยเห็นในอดีตนั้นเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง เกาหลีมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเมื่อ 10 ปีที่แล้ว การเดินทางไปเกาหลีเป็นครั้งที่ 3 ทำให้ผมตกใจกับความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของเกาหลี ภาพเกาหลีที่มีแต่สงครามและความแร้นแค้นนั้นไม่มีให้เห็นอีกต่อไปแล้ว เกาหลีกลายมาเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก และประชากรของเกาหลีก็มีรายได้ต่อหัวสูงขึ้นมาก

ทุกวันนี้เกาหลีกลายเป็นประเทศพัฒนาที่เป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมเอเชีย และเป็นผู้นำทางด้านการส่งออกวัฒนธรรมบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นละคร ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งดนตรี หลานๆ ของผมหลายต่อหลายคนร้องเพลงเกาหลีได้คล่องปร๋อ เพราะกระแส k pop กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง มิหนำซ้ำละครและภาพยนตร์เกาหลียังเข้ามาฉายในประเทศไทยชนิดที่ว่าจำกันไม่หวาดไม่ไหว ส่งผลให้หนุ่มตาตี่ๆ ตัวขาวๆ ได้รับอานิสงส์กลายเป็นคนอินเทรนด์ไปด้วย

ผมเชื่อว่าอีก 10 ปีข้างหน้า การพัฒนาของเกาหลีจะกว้างขึ้นและรวดเร็วขึ้นกว่าในอดีต เนื่องจากคนเกาหลีมีความตั้งใจในการเรียนรู้และมุ่งมั่นให้ไปถึงเป้าหมายอย่างไม่ลดละความพยายาม ผมเคยเข้าไปเยี่ยมชมอุทยานวิทยาศาสตร์ของซัมซุงที่เกาหลี ภายในอุทยานนี้จะมีป้ายเขียนเป้าหมายของซัมซุงติดอยู่ทั่วไปว่าภายใน 5 ปี หรือ 10 ปี ซัมซุงจะมีทิศทางไปอย่างไร และดูเหมือนว่าเป้าหมายของซัมซุงนั้นสัมฤทธิผลภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้แล้ว

ประเทศเกาหลีมีประชากรอยู่ราวๆ 48 ล้านคน โดยมีพื้นที่เพียง 1 แสนตารางกิโลเมตร หรือน้อยกว่าประเทศไทยถึง 5 เท่า แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ของเกาหลีสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่าประเทศไทย 3 เท่า และมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มากเป็นเท่าตัวของเงินทุนสำรองของประเทศไทย ถือเป็นเรื่องน่าศึกษามาก เพราะจากประเทศที่เคยยากจนกว่าไทย และตกอยู่ในภาวะสงคราม แม้กระทั่งปัจจุบันประชากรและพื้นที่ยังน้อยกว่าประเทศไทยกลับสามารถพัฒนาประเทศ จนทำให้ GDP และเงินทุนสำรองมากกว่าประเทศไทยได้

จะว่าไปแล้วประเทศเกาหลีนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี แต่เมื่อช่วง 100 ปีที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องจากตกเป็นอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะว่าไปแล้ว ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะก่อนที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครองนั้น เกาหลีเป็นเพียงประเทศเกษตรกรรมที่ยากจน แต่เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองแล้ว ญี่ปุ่นได้นำเอาความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่างๆ เข้าไปเผยแพร่ด้วย และสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อเกาหลีมากคือการจัดระบบการศึกษาใหม่

เกาหลีในตอนนั้นถือเป็นตลาดในการระบายสินค้าของญี่ปุ่น และในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบป้อนให้กับญี่ปุ่นเพื่อผลิตสินค้าออกมาจำหน่าย ถือได้ว่าญี่ปุ่นเข้าครอบงำเกาหลีและมีการทารุณกรรมเกิดขึ้น เนื่องจากมีการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมและมีการนำเอาคนเกาหลีจำนวนมากเข้าไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น สิ่งนี้เองก่อให้เกิดปมทางใจให้คนเกาหลีเกลียดคนญี่ปุ่นอย่างเข้าไส้

ย้อนอดีตไปขณะที่เกาหลีเป็นอาณานิคมญี่ปุ่นเมื่อ พ.ศ. 2453 แต่ญี่ปุ่นเข้ามีอิทธิพลในเกาหลีใต้ก่อนหน้านั้นแล้ว โดยบังคับให้เปิดประเทศทำการค้าด้วยตั้งแต่ พ.ศ. 2319 ช่วงตกเป็นอาณานิคมนี้ เกาหลีเป็นสังคมเกษตรกว่า 80% ของประชากรเป็นชาวนาและยากจน เศรษฐกิจอยู่ใต้การครอบงำของกษัตริย์ราชวงศ์ยี่ ผู้ปกครองประเทศล้วนแต่คอร์รัปชัน และราชวงศ์สนใจแต่พรรคพวกตนเอง ไม่ทำนุบำรุงบ้านเมืองที่ดินทั้งหมดเป็นของพระเจ้าแผ่นดิน คนธรรมดาเป็นเจ้าของไม่ได้

ดังนั้น เกาหลีภายใต้ราชวงศ์ยี่ จึงมีระบบเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และถูกครอบงำโดยญี่ปุ่นและจีน ทั้งสองประเทศนี้แย่งกันครอบงำเกาหลี หลังจากจีนแพ้สงครามญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2445 เกาหลีซึ่งเคยอยู่ใต้อิทธิพลของจีนจึงตกเป็นประเทศในครอบครองของญี่ปุ่น ต่อมาปี พ.ศ. 2453 ญี่ปุ่นรวมเกาหลีเป็นส่วนหนึ่งของประเทศตน ชาวทำให้ญี่ปุ่นครอบครองเกาหลีจนแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2488

เมื่อญี่ปุ่นเข้ามาครอบครอง ได้ยกเลิกระบบกษัตริย์ ระบบเศรษฐกิจเกษตรถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นการผลิตเพื่อการค้าอย่างกว้างขวาง และใช้เกาหลีเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการสะสมอาวุธในการทำสงครามโลกครั้งที่สอง นับตั้งแต่ทศวรรษ 2470 อันเป็นระยะเดียวกับที่ญี่ปุ่นได้บุกแมนจูเรีย (พ.ศ. 2474) และเข้าครอบครองภาคใต้ของจีน (พ.ศ. 2480) ญี่ปุ่นบังคับให้แรงงานเกาหลีออกจากนามาทำงานโรงงานที่มีชาวญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ ช่วงปลายทศวรรษ 2470 สัดส่วนของการผลิตอุตสาหกรรมในเกาหลีมีถึง 29% ของ GDP ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมาก แม้เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว อุตสาหกรรมดังกล่าวส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นเกาหลีเหนือในปัจจุบันเป็นอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ถ่านหิน แต่การเกษตร อุตสาหกรรมเบา เช่น สิ่งทอ และการผลิตเครื่องจักรบางส่วนอยู่ในเขตภาคใต้ ซึ่งมีประชากรหนาแน่นกว่า

ในตอนที่ญี่ปุ่นเข้าครอบครองเกาหลี กรุงโซล (Seoul) มีประชากรเพียง 2 แสนคน พอสิ้นสุดการตกเป็นอาณานิคมในปี พ.ศ. 2488 จำนวนประชากรเพิ่มเป็นกว่า 1 ล้านคน การพัฒนาอุตสาหกรรมของเกาหลี เกี่ยวโยงกับการค้ากับญี่ปุ่นสูงมาก ทำให้มีลักษณะเศรษฐกิจแบบเปิด กล่าวคือสัดส่วนการค้า สินค้าส่งออกนำเข้า สูงถึง 50% ของ GDP

การตกเป็นอาณานิคม ทำให้เกาหลีมีความรู้สึกชาตินิยมสูง เกาหลีเป็นชนชาติที่ได้มีประวัติศาสตร์และความเป็นชาติเกาหลีมาก่อนแล้วมากกว่า 2,000 ปี มีภาษาที่แตกต่างจากจีนและญี่ปุ่น และลักษณะประชากรคล้ายคลึงกันมาก มีชนกลุ่มน้อยอยู่ไม่มาก คือผู้คนส่วนใหญ่เป็นชนชาวเกาหลี ดังนั้นเมื่อถูกครอบครองโดยญี่ปุ่น จึงทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้าน และมีความชาตินิยมสูงขึ้นมากจากที่มีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

แม้จะถูกข่มเหงเอาเปรียบจนทำให้แนวคิดชาตินิยมของคนเกาหลีรุนแรง แต่ช่วงที่ตกเป็นอาณานิคมนั้น เกาหลีเกิดการพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาเมือง และการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศ และอาจกล่าวกันว่าญี่ปุ่นได้สร้างรากฐานทางด้านความรู้สึกชาตินิยม การยกเลิกระบบกษัตริย์การพัฒนาอุตสาหกรรมเมือง การค้า นำไปสู่ประสบการณ์ในการทำงานแบบสังคมอุตสาหกรรมสิ่งเหล่านี้ถือเป็นรากฐานที่มีส่วนผลักดันให้ความพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้รวดเร็ว

หลังจากที่ญี่ปุ่นต้องปลดปล่อยเกาหลี เพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ทำให้เกาหลีต้องแบ่งแยกประเทศออกเป็นเหนือและใต้ เกาหลีเหนือเป็นคอมมิวนิสต์ เพราะมีความสนิทสนมกับกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ ส่วนเกาหลีใต้อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ลัทธิคอมมิวนิสต์ขยายพื้นที่กว่าครึ่งของโลก สหรัฐอเมริกาจึงนำเอาเกาหลีเป็นหน้าด่าน ตามมาด้วยญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ จนกระทั่งถึงประเทศไทยถือเป็นด่านล้อมอิทธิพลคอมมิวนิสต์ สหรัฐอเมริกาจึงคอยช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ ญี่ปุ่นถือเป็นผู้ปูรากฐานไว้ให้เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สานต่อนโยบายต่างๆ เพื่อเสริมสร้างให้เกาหลีใต้เข้มแข็งขึ้นในขณะเดียวกันรัสเซียและจีนก็ให้การสนับสนุนและส่งเสริมเกาหลีเหนืออย่างจริงจังเช่นกัน

ทหารอเมริกันถูกส่งเข้าประจำการในเกาหลีใต้ และรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ถูกจัดตั้งโดยอาศัยความช่วยเหลือจากสหรัฐ รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้กว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขนี้เท่ากับตัวเลขเงินงบประมาณที่สหรัฐส่งไปช่วยทวีปแอฟริกาทั้งทวีปในเวลาเดียวกันเงินจำนวนนี้คิดเป็น 15% ของ GDP ของเกาหลี หรือถือเป็น 80% ของมูลค่าการส่งออกของเกาหลีใต้ ทำให้เศรษฐกิจของเกาหลีในช่วงนั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการสนับสนุนธุรกิจขนาดใหญ่ของรัฐบาล

การดำเนินการทางธุรกิจของเกาหลีนั้นมีรูปแบบคล้ายๆ กับญี่ปุ่น ที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนธุรกิจขนาดใหญ่อย่างจริงจัง เพื่อให้อุตสาหกรรมเกาหลีสามารถไปแข่งขันในตลาดโลกได้ ในสมัยนั้นเกาหลีเน้นการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าและมีการผลิตเพื่อตอบสนองตลาดในประเทศเป็นหลัก

ในช่วงสงครามเกาหลีนั้น มีประชากรเกาหลีเสียชีวิตประมาณ 1 ล้านคน อุตสาหกรรมเกิดภาวะชะงักงัน โดยครึ่งหนึ่งของการผลิตถูกทำลาย สหรัฐอเมริกาช่วยเหลือฟื้นฟูหลังสงครามยุติโดยบังคับใช้มาตรการกระจายที่ดินให้กับผู้ไม่มีที่ดิน และผู้เช่านา ทำให้ผลผลิตเกษตรเพิ่มและราคาอาหารถูกลง ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนการที่เคยลงทุนออกจากการเก็งกำไรที่ดินมาสู่การลงทุนอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมต่างๆ เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วช่วงปี พ.ศ. 24962501

พ.ศ. 25032523 ผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มในอัตรา 20% ต่อปี ผลจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมในช่วงเวลานี้เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลเกาหลี นำโดย ปักจุงฮี (Park ChungHee) มีการเข้าแทรกแซงอย่างมาก เริ่มมีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504–2508) ซึ่งตลอดระยะเวลาของแผนนี้ระบบเศรษฐกิจจะเป็นในรูปแบบของ “ระบบเศรษฐกิจทุน นิยมแบบมีการชี้นำ” (Guided Capitalism) โดยจะมีการปฏิบัติตามหลักการของระบบ การประกอบการเสรี และมีการเคารพเสรีภาพความคิดริเริ่มขององค์กรเอกชน แต่รัฐบาลอาจจะเข้ามีส่วนร่วมโดยตรงหรืออาจจะให้ข้อแนะนำ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69