
เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพี ตลาดซ้ำ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ธนาคารโลกปรับลดจีดีพีโลกอีกครั้ง เหตุแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปยังซบตลาดเกิดใหม่โตเชื่องช้า ด้านตลาดทุนยังกังวลคิวอี นิกเกอิเข้าสู่ “ตลาดหมี”
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประกาศปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2556 ลงอีกครั้ง เหลือ 2.2% จาก 2.4% เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปยังซบเซาและเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก มีทิศทางชะลอตัว
“ความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นสภาพเศรษฐกิจในยุโรป ที่ยังคงซบเซาจากปัญหาความเชื่อมั่นและภาคธนาคาร” รายงานเวิลด์แบงก์ระบุ พร้อมหั่นคาดการณ์เติบโตของกลุ่มชาติยูโรโซนลงอีก โดยคาดว่าจะหดตัวลงถึง 0.6% จากเดิมที่ 0.2%
อย่างไรก็ตาม เวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่าระดับการเติบโตนี้ นับเป็นแนวโน้มที่มีเสถียรภาพ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกมีน้อยลงเมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2551 โดยเวิลด์แบงก์ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกปี 2557 มีแนวโน้มขยายตัวแตะ 3% และ 3.3% ในปี 2558
“ทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วที่แข็งแกร่งในช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เป็นผลจากภาวะฟองสบู่ทางการเงิน และขณะนี้แนวโน้มการเติบโตสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น” แอนดรูว์ เบิร์นส์ หนึ่งในผู้เขียนรายงานเวิลด์แบงก์ระบุ
ขณะเดียวกัน เวิลด์แบงก์คาดการณ์อีกว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มลดความร้อนแรงลง ทว่าเตือนว่า การปรับตัวลดลงของราคา อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เช่นกัน
ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มซบเซาลง เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย จากความกังวลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการใช้มาตรการผ่อนปรนทางการเงินในอนาคตอันใกล้ ประกอบกับได้รับแรงกดดันจากความผิดหวังของนักลงทุนต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ยังสงวนท่าทีไม่ออกนโยบายกระตุ้นใหม่ๆ เพื่อสกัดความผันผวนในตลาดหุ้น
ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปิดตลาดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ดิ่งฮวบ 6.35% หรือ 843.94 จุด ปิดที่ 12,445.38 จุด ผลักดันให้ตลาดญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะตลาดหมีในที่สุด ภายหลังจากดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรงเหนือระดับ 15,600 จุด เมื่อช่วงเดือนที่แล้ว และดัชนีโทปิค ปรับตัวลดลง 4.78% หรือ 52.37 จุด ปิดที่ 1,044.17 จุด
ขณะที่เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่นอยู่ที่ 94.10 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะดัชนีนิกเกอิ ญี่ปุ่นที่ดิ่งลงต่อเนื่อง เป็นผลจากทิศทางค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าลง โดย อะสุชิ ฮิราโน นักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารโรยัลแบงก์ออฟสกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) มองว่า ทันทีที่ดัชนีนิกเกอิดิ่งลงแตะระดับ 12,000 จุด อาจทำให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นสู่ระดับก่อนหน้าที่บีโอเจใช้มาตรการผ่อนปรน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่ต้นทุนกู้ยืมระยะยาวที่พุ่งสูงขึ้น เป็นเหตุให้การบริโภคภายในประเทศหดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







