
ผวาโลกไร้คิวอีทุบหุ้นเอเชียดิ่งต่อเนื่อง
ตลาดทุนเอเชียร่วงต่อเนื่อง เหตุนักลงทุนยังวิตกชะลอคิวอี กูรูเชื่อส่อกดดันแบงก์ชาติอัดฉีดเพิ่ม
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ตลาดทุนเอเชียร่วงต่อเนื่อง เหตุนักลงทุนยังวิตกชะลอคิวอี กูรูเชื่อส่อกดดันแบงก์ชาติอัดฉีดเพิ่ม
ดัชนีเอ็มเอสซีไอของตลาดหุ้นในเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น ปรับตัวลดลงอีก 0.40% หรือ 131.02 จุด ในการซื้อขายเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 เดือน ซึ่งนับเป็นการดิ่งตัวลงแล้วถึง 8.90% หลังจากไต่แตะระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.
เช่นเดียวกับดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่น ปิดตลาดร่วงลง 0.20% หลังจากปรับตัวลดลง 1.50% มาอยู่ที่ 13,317.82 จุด ขณะที่แนวโน้มหุ้นตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอินโดนีเซียและไทยปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยดัชนีจาการ์ตา คอมโพสิต ดิ่งลง 3.10% และดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 1.20%
ทิศทางตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เกิดขึ้นภายหลังจากนักลงทุนยังคงเทขายจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอการใช้มาตรการอัดฉีดเงินสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจของโลกทั้งสหรัฐและญี่ปุ่น
“ตลาดทุนทั่วโลกกำลังสับสันอย่างหนักเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของบรรดาธนาคารกลางว่า จะส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ผลประกอบการบริษัท และมูลค่าหุ้นในอนาคตอย่างไร และตราบใดที่เฟดยังคงกำกวมเกี่ยวกับการใช้มาตรการการเงิน ก็จะยิ่งส่งผลให้ตลาดทุนผันผวนต่อไป” แมทธิว เชอร์วู้ด หัวหน้านักวิจัยตลาดบริษัทจัดการสินทรัพย์ในออสเตรเลีย กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของ โยชิฮิโกะ ชินเกะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สถาบันวิจัยไดอิจิ ไลฟ์ ในญี่ปุ่น มองว่า การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นเอเชีย กำลังสะท้อนให้เห็นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งหมายรวมถึงการเพิ่มฐานเงินที่หมุนเวียนในมือประชาชนและธนาคารพาณิชย์นั้น อาจสามารถช่วยแก้ปัญหาเงินฝืดได้ ทว่าอาจไม่เพียงพอที่จะตอบสนองนักลงทุนที่ต้องการให้มีการอัดฉีดเพิ่มเติมได้
“บีโอเจอาจมองว่าการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นชั่วคราว ทว่าท้ายที่สุดแล้ว ธนาคารกลางอาจถูกกดดันให้ดำเนินการอะไรบางอย่าง ถ้าหากตลาดหุ้นยังคงปรับตัวลดลงอีก และหากธนาคารกลางดำเนินการตามที่นักลงทุนกดดันร้องขอ ก็จะยิ่งส่งผลให้ธนาคารกลางจำเป็นต้องดำเนินการตามที่นักลงทุนต้องการต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด” ชินเกะ กล่าว
ทางด้านทากุจิ โอคุโบะ หัวหน้าเศรษฐศาสตร์ บริษัทที่ปรึกษาเจแปน มาโครในโตเกียว มองว่า หากดัชนีนิกเกอิปรับตัวลดลงแตะ 12,000 จุด ก็อาจกดดันให้บีโอเจต้องออกมาตรการเพิ่มเติม ทั้งการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ตลอดจนการขยายการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่มีอายุการไถ่ถอนนานขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ผลกระทบของการชะลอมาตรการคิวอี ยังเสี่ยงส่งผลให้ตลาดพันธบัตรเอเชียตกอยู่ในภาวะผันผวนจากการสูญเสียสภาพคล่องอย่างหนักอีกด้วย
รอยเตอร์สเปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายชาติ โดยเฉพาะการตัดลดอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับต่ำ ได้ส่งผลให้นักลงทุนแห่ลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ยูโรและเยน ที่ออกโดยรัฐบาลและเอกชนในเอเชียมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการชะลอการใช้คิวอีในอนาคตอันใกล้ อาจเป็นปัจจัยให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มแห่เทขายพันธบัตร ซึ่งส่งผลให้ราคาพันธบัตรปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ตลาดพันธบัตรในเอเชียสูญเสียสภาพคล่องอย่างรวดเร็ว
“ถ้านักลงทุนแห่เทขายพันธบัตรในมือพร้อมๆ กัน ตลาดอาจไม่มีศักยภาพในการรับมือกับภาวะผันผวนนั้นได้ โดยทันทีที่เกิดภาวะดังกล่าว ก็จะส่งผลให้ตลาดสูญเสียสภาพคล่องอย่างรวดเร็วและเกิดผลกระทบรุนแรงต่อเนื่อง” ผู้จัดการกองทุนบริษัท แมคเคนซีในสิงคโปร์ กล่าว







