
จีนปั้นตัวเลขส่งออกเกินจริง
บริษัทส่งออกฮิตตบแต่งใบแจ้งยอดสินค้าคาดการค้าที่แท้จริงลดฮวบกว่าครึ่ง3
บริษัทส่งออกฮิตตบแต่งใบแจ้งยอดสินค้าคาดการค้าที่แท้จริงลดฮวบกว่าครึ่ง3
พบบริษัทแดนมังกรตบแต่งตัวเลขส่งออก ผู้เชี่ยวชาญชี้ของจริงอาจต่ำกว่าครึ่ง สะท้อนดีมานด์โลกยังอ่อนแอ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ตัวเลขการส่งออกที่แท้จริงของจีน ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ในโลกนั้น อาจมีจำนวนน้อยกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการของจีนถึงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากพบว่าบริษัทส่งออกจำนวนมากของจีนมีการปลอมแปลงใบแจ้งยอดการชำระเงินสูงเกินกว่าจำนวนที่แท้จริง ซึ่งตัวเลขการส่งออกที่น้อยลงนั้นอาจสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการสินค้าทั่วโลกยังคงซบเซาอยู่
จากการสำรวจความเห็นนักเศรษฐ ศาสตร์ชั้นนำ 34 คน ประเมินว่า ตัวเลขการส่งออกที่แท้จริงในเดือน พ.ค. น่าจะขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าได้เพียง 7.1% ซึ่งต่ำกว่าครึ่งหนึ่งจากตัวเลขส่งออกของทางการจีนเดือน เม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 14.7% นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ยังเชื่อว่าตัวเลขการนำเข้าสินค้าที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ 6.9% จากตัวเลขอย่างเป็นทางการเดือน เม.ย. ที่ 16.8%
“การปราบปรามบรรดาใบแจ้งยอดปลอมทั้งหลายของทางการจีนจะทำให้ตัวเลขการส่งออกของจีนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกลับลงมาสู่ระดับปกติที่แท้จริง ซึ่งเป็นตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ ในภาพรวมของเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลง ทว่ายังไม่ถึงกับทรุดตัว” จางจือเหว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประเทศจีนของโนมูระ โฮลดิง อิงค์ ในฮ่องกง ระบุ
ทั้งนี้ สำนักงานปริวรรตเงินตราต่างประเทศ (เซฟ) ของจีน ได้ออกโรงเตือนเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า จะเตือนบริษัทต่างๆ ที่มีสินค้าและเงินทุนไหลเข้าไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ รวมไปถึงบริษัทที่นำเงินสดจำนวนมากเข้าสู่ประเทศ และยังได้ขอให้ธนาคารต่างๆ พัฒนาการตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับเขตการค้าพิเศษ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่ามีการใช้พื้นที่เหล่านี้ปกปิดจำนวนเงินที่แท้จริงจากการทำธุรกิจส่งออก
รายงานระบุว่า หากหน่วยงานตรวจสอบของจีนประสบความสำเร็จในการป้องกันการตบแต่งข้อมูล ก็จะสามารถช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวเลขการค้าของจีนได้มากขึ้น
นอกจากนี้ หากตัวเลขการค้าที่แท้จริงของจีนออกมาน้อยเกินคาดก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง หันมาเร่งกระตุ้นการเติบโตโดยเน้นการบริโภคในประเทศให้มากขึ้นด้วย ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นบททดสอบที่แท้จริงด้วยว่า ผู้นำจีนจะเลือกใช้มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในตามที่ประกาศไว้ หรือจะใช้การกระตุ้นภาคการส่งออกตามที่จีนเคยดำเนินการมาโดยตลอด







