
เฟดฟันธงศก.ยังฟื้นไม่ทันใจฉุดดาวโจนส์หลุด 15,000 จุด
ธนาคารกลางสหรัฐประเมินเศรษฐกิจสหรัฐยังฟื้นตัวได้น้อย ฉุดดาวโจนส์ร่วงกว่า 200 จุด
ธนาคารกลางสหรัฐประเมินเศรษฐกิจสหรัฐยังฟื้นตัวได้น้อย ฉุดดาวโจนส์ร่วงกว่า 200 จุด
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงลงถึง 1.43% หรือ 216.95 จุด มาปิดที่ 14,960.59 จุด เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งนับเป็นการปิดต่ำกว่า 1.5 หมื่นจุด เป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน หลังนักลงทุนต่างผิดหวังกับบรรดาตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานของภาคเอกชนและรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่าเศรษฐกิจเมืองลุงแซมยังขยายตัวได้เพียงเล็กน้อยหรือปานกลางเท่านั้น
ธนาคารกลางสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจสภาพเศรษฐกิจสหรัฐ (เบจบุ๊ก) ว่า ภาวะเศรษฐกิจระหว่างเดือน เม.ย.กลางเดือน พ.ค. ยังขยายตัวได้เพียงเล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัย การใช้จ่ายของผู้บริโภคและการจ้างงานที่ดีขึ้น โดยในการประเมินของเฟดทั้ง 12 สาขานั้น มีเพียงสาขาดัลลัสเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งแล้ว
“เบจบุ๊กครั้งนี้ไม่ได้ให้ทิศทางที่แย่เกินไปหรือดีเกินไปเช่นกัน แต่เป็นการบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2 สามารถขยายตัวได้พอประมาณเท่านั้น” เจนนิเฟอร์ ลี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากบริษัทหลักทรัพย์บีเอ็มโอ แคปิตอล มาร์เก็ตส์ กล่าวกับเอพี
แม้ว่ากิจกรรมในภาคการผลิตจะขยายตัวได้ดีขึ้นใน 10 เขตการสำรวจ แต่นักเศรษฐศาสตร์ของเฟดส่วนใหญ่ต่างก็กังวลว่า การตัดลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลอาจฉุดให้กิจกรรมภาคการผลิตปรับตัวลดลงในอนาคต ขณะที่ภาคการจ้างงานนั้นสามารถปรับตัวดีขึ้นอย่างมั่นคง โดยมีบางภูมิภาคที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
การจ้างงานนับเป็นภาคส่วนที่เฟดให้ความใส่ใจมากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานที่พุ่งสูงทุบสถิติและยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการเฟด ระบุไว้ว่า จะชะลอการใช้มาตรการอัดฉีดซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) เดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.55 ล้านล้านบาท) หากตลาดการจ้างงานฟื้นตัวได้ในระดับที่น่าพอใจ ขณะที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายทางการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) จะประเมินข้อมูลทางเศรษฐกิจและถกนโยบายการเงินกันครั้งใหม่ ในวันที่ 1819 มิ.ย.นี้
ทั้งนี้ การประเมินของเฟดซึ่งบ่งชี้ว่ายังไม่พอใจต่ออัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้านั้น อาจทำให้ตลาดทุนโลกคลายความกังวลว่า เฟดจะรอการใช้มาตรการคิวอีภายในเร็วๆ นี้ลง
นอกจากรายงานเศรษฐกิจของเฟดแล้ว บริษัทสำรวจการจ้างงานเอดีพีก็ได้เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ซึ่งไม่รวมภาคการเกษตรในเดือน พ.ค.ว่า มีอัตราการจ้างงานใหม่ 1.35 แสนอัตรา ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 1.13 แสนอัตราในเดือนก่อนหน้า ซึ่งงานที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ทว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ก็ยังคงน้อยกว่าอัตราเฉลี่ยของการจ้างงาน 4 เดือนแรก ซึ่งอยู่ที่ 1.6 แสนอัตรา
มาร์ก แซนดี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ อะนาลิติกส์ กล่าวว่า การขยายตัวของการจ้างงานในสหรัฐนั้นเริ่มชะลอตัวลงมาตั้งแต่ช่วงต้นปีในทุกอุตสาหกรรม ยกเว้น เพียงบรรดาบริษัทขนาดใหญ่และเป็นที่คาดว่าการจ้างงานในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ จะชะลอตัวลงเช่นกันจากผลกระทบของมาตรการขึ้นภาษีและการลดงบประมาณใช้จ่ายของภาครัฐ
ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดคำสั่งผลิตสินค้าใหม่ในเดือน เม.ย. ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 1% ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ที่ 1.6% และยังไม่สามารถช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์ให้กลับมาฟื้นตัวได้ เนื่องจากยอดคำสั่งในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานั้น หดตัวลงถึง 4.7% ขณะที่สถาบันซัพพลาย แมเนจเมนท์ ก็ได้เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดภาคบริการในสหรัฐว่า สามารถขยายตัวได้เล็กน้อยอยู่ที่ 53.7 จุด จาก 53.1 จุด ในเดือนก่อนหน้า
ในวันเดียวกัน ที่ประชุมนโยบายการเงินธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อไป พร้อมให้เหตุผลว่าตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะดัชนีภาคการผลิตที่เริ่มดีขึ้นเป็นตัวบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวจากวิกฤตหนี้ที่ยาวนานกำลังเริ่มดีขึ้น พร้อมกันนี้อีซีบียังกล่าวอีกว่ากำลังแสวงหามาตรการเพื่อกระตุ้นสินเชื่อไปให้ถึงมือของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ให้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการจ้างงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม อีซีบี ได้่ตัดลดคาดการณ์จีดีพียูโรโซนในปีนี้ลงมาอยู่ที่หดตัว 0.6% จากเดิมที่หดตัว 0.5% ขณะที่ปี 2014 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 1.1% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1%







