
ยุโรปลงดาบโต้จีนทุ่มตลาด
ตั้งกำแพงภาษีแผงโซลาร์เซลล์นำเข้าไอเอ็มเอฟหั่นจีดีพีควบเยอรมนี-ฝรั่งเศส
ตั้งกำแพงภาษีแผงโซลาร์เซลล์นำเข้าไอเอ็มเอฟหั่นจีดีพีควบเยอรมนี-ฝรั่งเศส
กรรมาธิการยุโรปเมินเสียงค้านยูโรโซน ออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดแผงโซลาร์เซลล์จากจีนแล้ว
เอเอฟพีรายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ได้ประกาศใช้มาตรการทางภาษีเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดแผงโซลาร์เซลล์นำเข้าจากจีนแล้ว แม้ว่ารัฐบาลเยอรมนีและอีกหลายชาติในกลุ่มยูโรโซนจะคัดค้านก็ตาม ทว่าจะเป็นมาตรการที่อยู่ในช่วงทดลองใช้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ผลิตจากจีนยังสามารถเจรจากับยุโรปเพื่อแก้ปัญหากันต่อ
การใช้มาตรการดังกล่าว นับเป็นมาตรการตอบโต้ที่แข็งกร้าวที่สุดจาก คาเรล เดอ กุชท์ ผู้แทนการค้าของอีซี ในกรณีข้อพิพาทเรื่องแผงโซลาร์เซลล์กับจีน ขณะที่เยอรมนีและอีก 15 ประเทศในกลุ่มยูโรโซนนั้น ต่างคัดค้านการใช้มาตรการตอบโต้จีน เพราะเกรงว่ามาตรการเหล่านั้นจะกระทบต่อการค้าระหว่างสองภูมิภาค ในขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนที่กำลังอยู่ในภาวะถดถอยอยู่แล้วด้วย
วันเดียวกันนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้หั่นคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในปีนี้ ลงมาอยู่ที่ 0.3% จากคาดการณ์เดิมที่ 0.6% พร้อมแนะนำให้เยอรมนีผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัดลง เนื่องจากเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มยูโรโซนแห่งนี้ไม่อาจรอดพ้นผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซน ซึ่งไอเอ็มเอฟยังอาจพิจารณาปรับลดคาดการณ์จีดีพีของเยอรมนีในปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 1.5% ลงมาอีกด้วย
“การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งปีหลังนั้น อยู่บนเงื่อนไขที่ว่า ความผันผวนในยูโรโซนต้องลดลง และมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างแท้จริงด้วย” ไอเอ็มเอฟ ระบุ
ทั้งนี้ รัฐบาลกรุงเบอร์ลินได้คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556 ว่า จะเติบโตได้ที่ระดับ 0.5% โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา การบริโภคของภาคเอกชนที่ดีขึ้นได้ช่วยให้เศรษฐกิจเยอรมนีรอดพ้นจากภาวะถดถอยมาได้อย่างฉิวเฉียด โดยเติบโตที่ 0.1%
นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังได้หั่นคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศสลงมาเช่นกัน โดยเศรษฐกิจฝรั่งเศสจะหดตัวเพิ่มเป็น 0.2% ในปีนี้ จากคาดการณ์เดิมที่หดตัว 0.1% และจะกลับมาขยายตัวได้น้อยลงที่ 0.8% ในปีหน้า จากคาดการณ์เดิมที่ 0.9%
รายงานระบุว่า ฝรั่งเศสซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ในยูโรโซน จะแก้ปัญหาการว่างงานที่พุ่งสูงทุบสถิติไม่ทันภายในปีนี้ และไอเอ็มเอฟเห็นว่าฝรั่งเศสจำเป็นต้องมีแผนปฏิรูปอย่างแท้จริง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศ นอกจากนี้ยังแนะนำให้รัฐบาลกรุงปารีสดำเนินมาตรการลดการขาดดุลและลดรายจ่ายไปพร้อมกันด้วย







