
ฟองสบู่อสังหาฯ?
นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีการเปิดเผยดัชนีเอสแอนด์พี/เคสชิลเลอร์ ซึ่งเป็นดัชนีราคาบ้านในสหรัฐ ที่พุ่งขึ้นถึง 10.9% ในเดือน มี.ค. จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2549 หรือช่วงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เมืองลุงแซมกำลังเฟื่องฟู
นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีการเปิดเผยดัชนีเอสแอนด์พี/เคสชิลเลอร์ ซึ่งเป็นดัชนีราคาบ้านในสหรัฐ ที่พุ่งขึ้นถึง 10.9% ในเดือน มี.ค. จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2549 หรือช่วงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เมืองลุงแซมกำลังเฟื่องฟู
การปรับตัวสูงขึ้นของราคาที่อยู่อาศัยเป็นประวัติการณ์ จุดให้เกิดการตั้งคำถามว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐกำลังขยายตัวจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น หรือสหรัฐกำลังเผชิญภาวะฟองสบู่รอบใหม่อันเป็นผลมาจากการเก็งกำไร จนจุดชนวนวิกฤตการเงินในสหรัฐและลุกลามกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกซ้ำรอยเมื่อปี 2551 หรือไม่
แดน กรีนฮอช จากบริษัท บีทีไอจี แอลแอลซี ผู้ให้บริการด้านกองทุนและโบรกเกอร์ในสหรัฐ มองว่า ถึงแม้ว่าแนวโน้มความต้องการของที่อยู่อาศัยในบางภูมิภาคของสหรัฐพุ่งสูงขึ้นเกือบ 25% ทว่าไม่มีภูมิภาคใดเลยที่ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยดังกล่าวดีดตัวกลับมาแตะระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ ซึ่งถือเป็น “ระดับฟองสบู่” ดังที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551 ส่งสัญญาณให้เห็นว่า แนวโน้มของภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐเพียงดีดตัวขึ้นมาจากระดับต่ำมากเท่านั้น
กระนั้นก็ตาม ดีน เบเกอร์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยนโยบายเศรษฐกิจในสหรัฐ มองว่า แม้ดัชนีราคาบ้านยังไม่แตะระดับฟองสบู่ ทว่าก็ยังไม่อาจวางใจได้ เพราะคงต้องจับตามองกันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ระดับราคาที่อยู่อาศัยในสหรัฐต่อจากนี้ไป จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะเบเกอร์เชื่อว่า หากราคาดีดตัวขึ้นติดต่อกันตลอดช่วง 6 เดือนข้างหน้านี้ ก็เท่ากับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า วิกฤตฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์กลับมาเยือนสหรัฐอีกครั้งหนึ่งแล้ว







