posttoday
จลาจลสวีเดนยังระอุเผารถ-รุมทำร้ายตร.

จลาจลสวีเดนยังระอุเผารถ-รุมทำร้ายตร.

27 พฤษภาคม 2556

จลาจลต่างด้าวในสวีเดนยังไม่จบ หลายชาติเตือนเลี่ยงจุดอันตราย

จลาจลต่างด้าวในสวีเดนยังไม่จบ หลายชาติเตือนเลี่ยงจุดอันตราย

เหตุจลาจลของกลุ่มผู้อพยพในแถบชานเมืองตอนใต้ของกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้าวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นลูกหลานของผู้อพยพ ได้จุดไฟเผารถของประชาชนหลายคัน และขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามจะเข้าจับกุมและระงับเหตุโดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการยืนยันของตำรวจว่าเหตุจลาจลที่ดำเนินติดต่อกันมาทั้งสัปดาห์ได้คลี่คลายลงแล้ว

เอเอฟพีระบุว่า เหตุวุ่นวาย ซึ่งเกิดขึ้นในแถบชานเมืองตอนใต้ของกรุงสตอกโฮล์มทั้งอาเบิร์กและจอร์จบรอนั้น มีขึ้นในขณะที่ตำรวจ พยายามเข้าจับกุมผู้ก่อความวุ่นวาย โดยกลุ่มวัยรุ่นได้ขว้างปาก้อนหินใส่ ส่วนตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อป้องกันตัวเอง ทว่าไม่มีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมถึงการจับกุมผู้ก่อความวุ่นวายแต่อย่างใด

ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน เหตุจลาจลโดยกลุ่มผู้อพยพได้ลุกลามออกไปนอกเขตเมืองหลวงสวีเดน ซึ่งรายงานระบุว่าได้เกิดขึ้นที่เมืองโอเรโบร โดยมีกลุ่มวัยรุ่นสวมหน้ากากราว 20 คน จุดไฟเผารถและโรงเรียน ขณะที่เมืองเซอร์เดอร์แทเลียมมีการวางเพลิงตึกร้าง โดยความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้สถานทูตสหรัฐ อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ ในสวีเดน ออกคำเตือนให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีปัญหาความรุนแรง

ทั้งนี้ ปัจจัยที่นำไปสู่การจลาจล คือความไม่พอใจของผู้อพยพต่อกรณีที่ตำรวจยิงชายชาวเม็กซิโกวัย 69 ปี ที่อยู่อาศัยในเขตที่ผู้อพยพอยู่เป็นจำนวนมากที่ชื่อว่าฮัสบี้ เนื่องจากเห็นว่าถือมีดสปาร์ต้าในที่สาธารณะ โดยผู้อพยพมองว่าได้รับการปฏิบัติไม่เป็นธรรมและถูกกดขี่จากเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงโอกาสต่างๆ จากนโยบายรัฐ การศึกษา และการทำงาน

ประเด็นดังกล่าวได้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจาก สวีเดนนับเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อว่ามีความเท่าเทียมและสวัสดิการดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะที่รัฐบาลสวีเดนเองก็มีนโยบายเปิดรับผู้อพยพจากต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 15% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน