posttoday
ติจีนหยาบ1ใน5มะกัน‘จิต’

ติจีนหยาบ1ใน5มะกัน‘จิต’

18 พฤษภาคม 2556

ผู้นำวอนคนจีนเที่ยวเมืองนอกให้สุภาพ ด้านเด็กสหรัฐป่วยทางจิตพุ่ง20%

ผู้นำวอนคนจีนเที่ยวเมืองนอกให้สุภาพ ด้านเด็กสหรัฐป่วยทางจิตพุ่ง20%

รองนายกฯ จีนวอนประชาชนปรับปรุงพฤติกรรมขณะเที่ยวเมืองนอก หวังยกภาพลักษณ์ประเทศ

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า รองนายกรัฐมนตรี หวัง หยาง ได้เรียกร้องระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีทางไกล เพื่อแก้ไขกฎหมายการท่องเที่ยว วอนขอให้นักท่องเที่ยวชาวจีนปรับปรุงพฤติกรรมเวลาไปท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของชาติ

หวัง วิพากษ์วิจารณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนว่า การพูดเสียงดังในที่สาธารณะ การข้ามถนนอย่างผิดกฎหมาย การบ้วนน้ำลาย และการทำลายทรัพย์สินในสถานที่ท่องเที่ยว ล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่มีอารยธรรม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มักถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อต่างๆ และทำลายภาพลักษณ์ประเทศ ซึ่งเป็นผลกระทบที่รุนแรงมาก

“การพัฒนาอารยธรรมของชาวจีนและการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลในทุกระดับและหน่วยงานที่่เกี่ยวข้อง” หวัง กล่าว

นอกจากนี้ หวังยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้มีอำนาจควรแนะนำนักท่องเที่ยวให้อยู่ในระเบียบและจริยธรรมของสังคม เคารพในความเชื่อทางศาสนาของท้องถิ่น ระมัดระวังการกระทำและคำพูด และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวจีนมีความสำคัญต่อตลาดการท่องเที่ยวของโลกเป็นอย่างมาก โดยมีการใช้จ่ายในปีที่แล้วมากถึง 1.02 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.06 ล้านล้านบาท) ซึ่งสามารถแซงหน้าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวอเมริกันและเยอรมนีได้

สำหรับกฎหมายด้านท่องเที่ยวใหม่ของจีนนั้น จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งมีการแก้ปัญหาในหลายเรื่อง เช่น การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ราคาสินค้าที่แพงขึ้น และการบังคับให้ซื้อสินค้า โดยหวังกล่าวว่า การพัฒนาภาคการท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ในวันเดียวกัน ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐ ได้เปิดเผยผลการศึกษาด้านสุขภาพจิตในรายงานการเจ็บป่วยและเสียชีวิตประจำสัปดาห์ (เอ็มเอ็มดับเบิลยูอาร์) พบว่า เด็กและวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในสหรัฐนั้นมีอัตราการป่วยทางจิตสูงถึง 1320%

รายงานระบุว่า โรคทางจิตในวัยรุ่นเป็นประเด็นสำคัญด้านสุขภาพในสหรัฐ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเด็ก ครอบครัว และสังคม คิดเป็นมูลค่าในแต่ละปีถึง 2.47 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.41 ล้านล้านบาท)

ผลการศึกษายังพบว่า มีเด็ก 6.8% เป็นโรคสมาธิสั้น 3.5% มีปัญหาด้านพฤติกรรม 3% เป็นโรควิตกกังวล 2.1% มีความเครียด 1.1% เป็นออทิสติก และ 0.2% เป็นโรคทูเร็ตต์หรืออาการกระตุกของกล้ามเนื้อโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ และยังพบว่าเด็กผู้ชายจะมีอาการป่วยทางจิตมากกว่าเด็กผู้หญิง

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี