
นักลงทุนผสาทวิตเตอร์ลวงทำสูญแสนล้านในพริบตา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ตลาดหุ้นวอลสตรีตป่วน หลังเจอทวิตเตอร์ลวง โอบามา โดนระเบิด นักวิเคราะห์เชื่อผลกระทบต่อนักลงทุนอาจกินเวลานาน เหตุพึ่งพาเทคโนโลยีเชื่อตามกระแสกันมากเกินไป
จากเหตุการณ์ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นวอลสตรีตเมื่อวานนี้ หลังจากที่ทวิตเตอร์ของสำนักข่าวเอพีถูกแฮกเกอร์ปลอมแปลงเผยแพร่ข้อความว่าเกิดระเบิดที่ทำเนียบขาว และประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้เกิดการเทขายหุ้นทิ้งกันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หุ้นจะกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อนักลงทุนทราบว่าเป็นเพียงเรื่องลวง แต่ทว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวังมากขึ้นก่อนที่จะเชื่อข่าวใดๆ ในยุคที่การบริโภคข้อมูลเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งต่อการค้าหุ้น
รอยเตอร์ส ออกรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร ตลาดเงิน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ต้องพบกับความปั่นป่วนอย่างหนัก หลังจากที่มีการแพร่ข่าวดังกล่าวกระจายออกไป โดยในเวลาเพียงสั้นๆ นั้นดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ดิ่งเหวลงไปมากกว่า 143 จุด ในเวลาเพียง 2 นาที มูลค่าตลาดหายไปทันทีถึง 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ตลาดเริ่มทราบว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวลวง ดัชนีหุ้นก็กลับมารีบาวด์ได้มากกว่า 1% ทั้งดัชนีดาวโจนส์ เอสแอนด์พี500 และแนสแด็ก เนื่องจากมีแรงบวกจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของภาคเอกชนสหรัฐหลายบริษัท
ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้น 152.29 จุด หรือ 1.05% ไปอยู่ที่ 14,719.46 จุด ดัชนีแนสแด็ก ปรับขึ้น 35.78 จุด หรือ 1.11% ไปอยู่ที่ 3,269.33 จุด และเอสแอนด์พี500 ปรับขึ้น 16.28 จุด หรือ 1.04% ไปอยู่ที่ 1,578.78 จุด
รายงานระบุว่า ในช่วงเวลาที่ตลาดรับรู้ถึงข้อความลวงระหว่างเวลา 13.09-13.12 น.นั้น ได้มีการเปลี่ยนมือในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในดัชนีเอสแอนด์พี500 มากกว่า 6.2 แสนสัญญา และเปลี่ยนมือสัญญาล่วงหน้าในตลาดพันธบัตรอีก 1.8 แสนสัญญาทันที ซึ่งหมายความว่าได้เกิดความสูญเสียขึ้นแล้วเป็นมูลค่ากว่า 1.36 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
หุ้นของเอ็กซอนโมบิล แอปเปิล จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตลอดไปจนถึงไมโครซอฟท์ ดิ่งเหวลงไปกว่า 1% ทันทีภายใน 2 นาทีเท่านั้น
“โทรศัพท์ทุกเครื่องโชว์ข้อความหรา ทั้งๆ ที่เป็นวันซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบ มีเสียงตะโกนข้ามไปมาระหว่างโต๊ะซื้อขาย” อาร์ต โนแลน โบรกเกอร์ในตลาดชิคาโก เล่าถึงบรรยากาศ
“ลูกค้าของเรารับบริการข่าวทุกประเภท และพวกเขาได้รับข้อความนี้จากเอพี และต้องการการยืนยันข่าว ทำให้มีการซื้อขายตามมาอย่างมหาศาลในหุ้น คุณอาจจะสูญรายได้ในพริบตาไม่กี่นาทีเท่านั้น” โนแลน กล่าว
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อย ตลอดไปจนถึงนักค้าหุ้น เริ่มตั้งคำถามถึงความเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับการซื้อขายในอนาคต ที่ต้องพึ่งพาข้อมูลต่างๆ มากมายเช่นนี้ โดยถ้าหากเกิดข้อมูลผิดพลาดเช่นนี้อีก ก็อาจจะทำให้ตลาดพบกับความสูญเสียรุนแรงได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในครั้งนี้ข้อความลวงดังกล่าวได้รับการทวีตมาจากสำนักข่าวเอพีที่มีความน่าเชื่อถือ จึงส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างรุนแรงและในทันที
“ถ้าหากข้อความทวีตมาจากตัวผม ตลาดก็คงจะไม่ดิ่งลงไปในระดับกว่า 100 จุดเช่นนี้แน่นอน” กัวตัม ดิงกรา ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ พอยต์ แคปิตอล แมนเนจเมนต์ กล่าว
“ในขณะที่เป็นผู้สื่อข่าว เอพีมีความน่าเชื่อถือมากกว่าองค์กรอื่นๆ” ดิงกรา กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการแก้ไขข้อมูลในภายหลัง และพบว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อความลวง แต่ทว่าความเสียหายต่อตลาดได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ และยังทำให้บรรดาผู้ค้าหุ้นเริ่มตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เหล่านี้มากขึ้นอย่างทวิตเตอร์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่เป็นหน้าต่างข้อมูลที่สำคัญของบรรดานักค้าหุ้น
ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในเดือน พ.ค. 2010 เคยเกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันนี้แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนั้นได้ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งเหวไปกว่า 600 จุด แต่ทว่าจนถึงในวันนี้สาเหตุของเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ยังไม่ได้รับการอธิบายอย่างชัดเจนนัก







