
โลกเจ็บค่าแรงเอเชีย
ผู้ผลิตผลักภาระผู้บริโภครับกรรมแทนกูรูชี้ผลพวงจากกระแสโลกาภิวัตน์
ผู้ผลิตผลักภาระผู้บริโภครับกรรมแทนกูรูชี้ผลพวงจากกระแสโลกาภิวัตน์
ค่าแรงเอเชียสูงขึ้น ดันเงินเฟ้อราคาสินค้าทั่วโลกพุ่งตาม เหตุผู้ผลิตแบกไม่ไหว ผลักภาระผู้บริโภคแทน
บลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์หลายสำนักว่า การปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงในหลายประเทศในเอเชียช่วงหลายปีที่ผ่านมา กำลังส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าทั่วโลก ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะเงินเฟ้อตามมา เนื่องจากเหล่าผู้ประกอบการที่มีฐานการผลิตในเอเชียต่างหันมาใช้วิธีผลักภาระต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคแทน
“ผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ และในที่สุดก็ส่งผลกระทบไปยังผู้บริโภคในกลุ่มชาติตะวันตกที่ต้องซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้น เนื่องจากเอเชียเป็นศูนย์กลางภาคการผลิตโลก ดังนั้นทั่วโลกจึงต้องได้รับผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เฟเดอริก นูแมน หัวหน้านักวิจัยร่วมเศรษฐกิจเอเชีย จากธนาคารเอชเอสบีซี กล่าว
ด้าน ราฟาเอล อา อัวร์ รองหัวหน้าฝ่ายการค้าต่างประเทศและการไหลเวียนเงินทุนของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า กระแสโลกาภิวัตน์ทางการค้าที่เกี่ยวพันกันไปทั้งโลกในปัจจุบัน ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก
นอกจากนี้ หลายบริษัทที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ก็ได้หันมาใช้วิธีในการใช้เครื่องจักรเข้ามาทำงานแทน หรือบางรายก็เลือกที่จะย้ายฐานการผลิตไปสู่ประเทศที่มีต้นทุนค่าแรงต่ำกว่าแทน เช่น บังกลาเทศ และเวียดนาม
ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) เปิดเผยว่า ค่าจ้างโดยเฉลี่ยในเอเชียในช่วงปี 2543-2553 ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 50% โดยประเทศที่ปรับตัวขึ้นมากสุดคือ จีน ตามมาด้วย 5 กลุ่มประเทศในอาเซียนที่มีการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในต้นปีที่ผ่านมา ในขณะที่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีการปรับขึ้นเพียง 5% เท่านั้น ส่วนทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 23%
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าคงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่ระดับค่าแรงในเอเชียจะก้าวขึ้นไปเทียบเท่ากับประเทศตะวันตก โดยปัจจุบันค่าเฉลี่ยของค่าแรงคนงานในฟิลิปปินส์อยู่ที่ 1.49 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง ขณะที่อังกฤษอยู่ที่ 21.98 เหรียญสหรัฐ และสหรัฐอยู่ที่ 23.70 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง







