
สื่อนอก ชี้ม็อบแดงส่งผลการลงทุนในประเทศ
สื่อนอก ระบุ การชุมนุมเสื้อแดงส่งผลการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย
สื่อนอก ระบุ การชุมนุมเสื้อแดงส่งผลการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย
แม้สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของไทยมากนัก แต่ทว่า หากยังคงยืดเยื้อต่อไป หลายฝ่ายๆ เริ่มกังวลว่าอาจส่งผลต่อการวางแผนลงทุนในระยะยาว
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ในวันนี้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงที่ปักหลักชุมนุมอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ เป็นวันที่ 5 จะเพิ่มระดับความรุนแรงในการชุมนุมขึ้นอีกขั้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มแรงกดดันไปยังนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
แต่ทว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่ไม่สงบ กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของบรรดานักลงทุนมากนัก เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ
อย่างไรก็ตาม แม้การชุมนุมในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลต่อภาคกานลงทุนในระยะสั้น แต่ก็ยังมีความกังวลว่าเหตุชุมนุมยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI) ในระยะยาว
นาย โรเบอร์โต เอียเรร่า ลิม นักวิเคราะห์ จากบริษัทที่ปรึกษายูดรเอเชีย กรุ๊ป กล่าวว่า เขาเริ่มจับสัญญาณทางการเมืองของไทยที่อาจส่งผลต่อการเลือกลงทุนในระยะยาวโดยตรงจากต่างประเทศรวมทั้งนักลงทุนอื่นๆ ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน หลังจากที่ประเทศไทยเกิดการรัฐประหารอดีตนายยกทักษิณ ชินวัตร
“ผมคิดว่าขัดแย้งในสังคมไทยทุกวันนี้ ลึกซึ้งมากมากกว่าความขัดแย้งทางชนชั้นในอดีตมาก” นักวิเคราะห์จากยูโรเอเชียกรุ๊ปกล่าว
ขณะที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงนับแสนคนยังคงดำเนินต่อไปจนย่างเข้าสู่วันที่ 26 แล้ว นักวิเคราะห์มองว่า คนเสื้อแดงอาจประสบความสำเร็จได้รับการสนับสนุนจากคนกรุงเทพฯบางส่วนที่มีฐานะยากจน แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาชนชั้นกลางในกรุงเทพฯที่มองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นทาสรับใช้ของอดีตนายกทักษิณ
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ ยังเชื่อว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะยิ่งสูญเสียฝ่ายสนับสนุน หากห้างร้าน และโรงแรมในย่านราชประสงค์อย่าง ไฮแอด และ โฟว์ซีซั่น ไม่สามารถเปิดทำการได้ เพราะนอกจากจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางเข้ามาแล้ว ยังทำให้การจราจรเป็นอัมพาตอีกด้วย







