
ไซปรัสเจรจาอียูโค้งสุดท้ายถกหนีภาวะล้มละลาย
ไซปรัสเจรจาอียูครั้งสุดท้ายก่อนถึงเส้นตายวันนี้ คาดไร้ทางเลือกยอมรับเงื่อนไขโหด บรรลุข้อตกลงเงินกู้ 1 หมื่นล้านยูโร
ไซปรัสเจรจาอียูครั้งสุดท้ายก่อนถึงเส้นตายวันนี้ คาดไร้ทางเลือกยอมรับเงื่อนไขโหด บรรลุข้อตกลงเงินกู้ 1 หมื่นล้านยูโร
ประธานาธิบดี นิคอส อนาสตาเซียเดส ของไซปรัส เปิดการประชุมกับผู้แทนรัฐมนตรีคลัง 17 ประเทศกลุ่มยูโรโซน (ยูโรกรุ๊ป) เมื่อเย็นวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่ไซปรัสต้องหาข้อสรุปเรื่องข้อตกลงเงินกู้ 1 หมื่นล้านยูโร จากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ให้ได้ ก่อนที่ยุโรปจะตัดเงินช่วยเหลือฉุกเฉินในวันจันทร์นี้ จนอาจทำให้ระบบการธนาคารไซปรัสประสบภาวะล้มละลาย และเสี่ยงต่อการเป็นประเทศแรกที่ต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน
เอเอฟพี ระบุว่า การประชุมดังกล่าวนับเป็นการเจรจาที่สำคัญระดับชี้เป็นชี้ตายความอยู่รอดของไซปรัส เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนถึงเส้นตายที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะระงับการให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ภาคธนาคารในไซปรัส ในวันจันทร์ที่ 25 มี.ค.นี้ หากไซปรัสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเงินกู้ เพื่อนำไปปฏิรูปภาคธนาคาร
“ไซปรัสต้องบรรลุภารกิจที่ยากลำบากเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจ และไม่ให้ประเทศต้องเสี่ยงล้มละลาย จากการไม่สามารถเจรจาข้อตกลงเงินกู้ได้” คริสตอส ไซเลียนิเดส โฆษกรัฐบาลไซปรัส ระบุในแถลงการณ์
ทางด้านศรี มุลยานี อินทราวตี ผู้อำนวยการธนาคารโลก เตือนว่า บรรดาประเทศกำลังพัฒนาต้องเตรียมรับมือความผันผวนในตลาดการเงินให้ดี หากไซปรัสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเงินกู้ได้ เนื่องจากตลาดทุนจะได้รับผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างหนัก
ขณะที่ โอลลี เรห์น หัวหน้าคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของอียู กล่าวแสดงความยินดีที่รัฐสภาไซปรัสลงมติผ่านร่างกฎหมายระดมเงินกู้ 5,800 ล้านยูโร เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการขอกู้เงินจากอียูและไอเอ็มเอฟ แต่ก็เตือนด้วยว่าไซปรัสไม่เหลือหนทางง่ายๆ ให้ดำเนินไปอีกแล้ว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ไซปรัสสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับทางอียูและไอเอ็มเอฟได้แล้ว โดยธนาคารกลางไซปรัสจะยอมหั่นหนี้ของธนาคารเอกชนลง 20% และไซปรัสจะดำเนินการเก็บภาษีเงินฝากในประเทศ 4% โดยคาดว่าอาจเรียกเก็บภาษีบัญชีเงินฝากที่เกิน 1 แสนยูโรขึ้นไปสูงถึง 20%







