
7.2 ริกเตอร์เขย่าเม็กซิโก ผวาจุดเริ่ม 'ซีรีส์แผ่นดินไหว ' ในอเมริกา
โพสต์ทูเดย์
— เม็กซิโก แคลิฟอร์เนีย สั่นสะท้าน รุนแรงกว่าเฮติถึง 2 เท่า นักวิทยาศาสตร์จ้องจับตา แผ่นดินไหวรุนแรงครั้งนี้อาจส่งผลให้เกิดธรณีพิบัติตามมาอีกหลายระลอกรอยเตอร์ส รายงานสภาพบ้านเรือนและสถานการณ์ภายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเม็กซิโกว่า สภาพถนนถูกตัดขาด และแยกออกเป็นสองส่วน อาคารแตกร้าว และเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงเข้าถล่มเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เวลา 15.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงเช้ามืดราว 05.40 น. ของวันจันทร์ที่ 5 เม.ย. ตามเวลาในประเทศไทย
ทั้งนี้ รายงานอ้างข้อมูลจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ ระบุว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.2 ริกเตอร์ โดยมีจุดศูนย์กลางลึกลงไปใต้ดินราว 10 กิโลเมตร ห่างจากเมืองกัวดาลูเป วิกตอเรีย ในรัฐบาจา แคลิฟอร์เนีย ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเม็กซิโกไปราว 26 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองซาน ลูอิส ในรัฐแอริโซนา ของสหรัฐไป 64 กิโลเมตร ซึ่งทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปไกลถึงบรรดาอาคารบ้านเรือนในเมืองเม็กซิคาลี ซึ่งเป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางทางธุรกิจของรัฐบาจา แคลิฟอร์เนียของเม็กซิโก ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุด และถือเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคในรอบหลายศตวรรษที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันพลเรือนของเม็กซิโก เปิดเผยว่า ตามรายงานล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพียง 2 คน โดยหนึ่งรายเสียชีวิตจากการถูกซากอาคารล้มทับ ส่วนอีกหนึ่งชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์บนถนนในเมืองเม็กซิคาลี ซึ่งถนนดังกล่าวมืดมิดไร้แสงไฟ เนื่องจากผลกระทบของแผ่นดินไหวทำให้เสาไฟฟ้าล้มพัง และประชาชนในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 100 คน
อลัน ซานโดโวล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายป้องกันพลเรือนของเม็กซิโก ระบุว่า ประชาชนเมืองดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ถนนหลวงสายหลักซึ่งเชื่อมโยงระหว่างเมืองเม็กซิคาลีและเมืองติฮวนนา เสียหายอย่างหนัก โดยเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ด้วยความลึกราว 1 เมตร
เหตุดังกล่าวยังทำให้ผู้ที่เดินทางกลับจากการพักผ่อนในช่วงวันหยุดอีสเตอร์ต้องอยู่ในอารมณ์โกรธเกรี้ยว เนื่องจากการจราจรที่ติดขัดอย่างสาหัสแทบเป็นอัมพาต รายงานระบุว่าบรรดาผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์ต่างต้องจ้าละหวั่นหาปั๊มน้ำมัน มีบางส่วนต้องเสียเวลากว่า 4 ชั่วโมง เพื่อที่จะรอให้เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินมาเติมน้ำมันให้
นอกจากนี้ ผู้คนนับล้านในนครลอสแองเจลิส และซานดิเอโก ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ยังรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนดังกล่าว
แม้ว่าแรงสั่นสะเทือนจะส่งผลรุนแรงไปยังรัฐแคลิฟอร์เนียและแอริโซนาของสหรัฐ ซึ่งก็สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชน แต่ยังคงไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว
“
เราไม่ได้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างนี้มาตั้งแต่ราวปี 1979 แล้ว” มิเชลล์ ทาเปีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเช่นเดียวกับ โจ เมดิสัน ซึ่งกำลังจับจ่ายซื้อสินค้าอยู่ในห้างวอลมาร์ต ในเมืองปาล์ม สปริงส์ ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ระบุว่า ประชาชนในห้างดังกล่าวต่างวิ่งหนีออกมายังลานจอดรถของห้างอย่างอลหม่าน
บริเวณทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งเหตุดังกล่าวนี้ทำให้ชาวแคลิฟอร์เนียต่างเกรงว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อีกครั้งในเร็วๆ นี้
ความเสียหายร้ายแรงครั้งล่าสุดที่เคยเกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนียมีความรุนแรงราว 6.7 ริกเตอร์ ในปี 1994 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 57 คน และบาดเจ็บอีกราวกว่า 9,000 คน
รายงานของซานดิเอโก ยูเนียน ทรีบูน ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนและการเคลื่อนตัวที่รุนแรงมากของรอยเลื่อนแซนแอนเดรียส์ที่มีความยาวราว 810 ไมล์ ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องศึกษาและติดตามอย่างละเอียด เนื่องจากรอยเลื่อนดังกล่าวไม่มีการเคลื่อนตัวมากว่า 300 ปีแล้ว
“
ในกรณีดังกล่าวนี้ บ่อยครั้งจะเป็นการเพิ่มแรงผลักดันให้กับรอยเลื่อนอื่นๆ บนโลก ซึ่งจะทำให้เกิดการเคลื่อนตัวมากขึ้น” แพต แอ็บบอตต์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านธรณีวิทยาของมหาวิทยาลัยซานดิเอโก สเตรต กล่าวชานดิเอโก ยูเนียน ทรีบูน ยังระบุด้วยว่า หลังจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวยังเป็นผลทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมาอีกหลายครั้ง สร้างความหวาดผวาให้กับชาวเม็กซิกันและอเมริกันอยู่หลายชั่วโมง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามีความเป็นไปได้ว่าเป็นแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นตามมานี้เป็นผลจากรอยเลื่อนแผ่นอื่นๆ
“
แผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้มีความรุนแรงมากกว่าที่เกิดขึ้นในเฮติถึงสองเท่า แต่ดูเหมือนว่าไม่มีความเสียหายที่รุนแรงมากนัก นั่นเป็นเพราะว่าผู้คนกำลังมีโครงสร้างของอาคารบ้านเรือนที่ดีขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุดแผ่นดินไหวครั้งที่ผ่านๆ มาก็ได้ทำลายโครงสร้างที่ไม่ได้นักจนหมดสิ้นไปแล้ว” แอ็บบอตต์ กล่าวในวันเดียวกัน พื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ ของไทยก็เกิดเหตุแผ่นดินไหวด้วยแรงสั่นสะเทือนราว 3.0 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ อ.เมืองเชียงราย และเป็นผลจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนแม่จัน ที่กินความยาวในประเทศพม่าด้วย
ส่วนในอินโดนีเซียก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงราว 6.2 ริกเตอร์ ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ แต่ทว่าไม่มีรายงานความเสียหาย และการเตือนภัยสึนามิแต่อย่างไร







