
ปิดม่านประชุมสภาจีนผู้นำใหม่ลั่นลุยยกเครื่องศก.-ล้างบางทุจริต
ประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติจีนปิดฉากลง สีจิ้นผิงหลี่เค่อเฉียง ให้คำมั่นปฏิรูปประเทศ ปราบคอร์รัปชัน พัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมสานสัมพันธ์กับสหรัฐ
ประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติจีนปิดฉากลง สีจิ้นผิงหลี่เค่อเฉียง ให้คำมั่นปฏิรูปประเทศ ปราบคอร์รัปชัน พัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมสานสัมพันธ์กับสหรัฐ
ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ประกาศปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญด้วยการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการปิดประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา และนับเป็นการขึ้นกล่าวครั้งแรกของสีจิ้นผิงในฐานะผู้นำสูงสุดของแดนมังกรนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
“รัฐบาลจีนขอประกาศต่อต้านความอู้ฟู่ รูปแบบนิยม และผลประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน และความบกพร่องในหน้าที่ทุกกรณี” สีจิ้นผิง ประกาศต่อหน้าผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 3,000 คน
นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อไล่ล่าความฝันอันสูงสุด (ไชนา ดรีม) และการฟื้นฟูศิลปวิทยาการครั้งใหญ่ของประเทศ
มาร์ติน เพเชียนส์ ผู้สื่อข่าวของบีบีซี แสดงความเห็นว่า สุนทรพจน์ของสีจิ้นผิงนั้นมีกลิ่นอายของความเป็นชาตินิยม เนื่องจากถือเป็นการเรียกร้องให้ประเทศมีเอกภาพมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ได้ขึ้นกล่าวในเวลาต่อมา โดยเนื้อหาสำคัญนั้นอยู่ที่คำมั่นที่จะยกเครื่องเศรษฐกิจสู่รูปแบบที่ยั่งยืนมากขึ้น
“เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาล คือ การรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่ยั่งยืนที่ 7.5% ในปีนี้ โดยกุญแจสำคัญอยู่ที่การปฏิรูปเศรษฐกิจให้อุปสงค์ภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก” หลี่เค่อเฉียง ประกาศ
นายกรัฐมนตรีจีนยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปราบปรามการทุจริตเช่นเดียวกับสีจิ้นผิง โดยระบุว่า รัฐบาลจะหั่นเงินเดือน รวมทั้งลดงบประมาณในส่วนของการเดินทางเยือนต่างประเทศของนักการเมือง งบประมาณสร้างอาคารสำนักงาน และจัดซื้อยานพาหนะต่างๆ ลง
สำหรับนโยบายต่างประเทศนั้น หลี่เค่อเฉียงให้คำมั่นที่จะเสริมแกร่งความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน เนื่องจากตระหนักดีว่าความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจนับเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนทั้งสองประเทศ
ทว่า เรียกร้องให้สหรัฐยุติการกล่าวหาจีนว่าอยู่เบื้องหลังการจารกรรมข้อมูลหน่วยงานรัฐและเอกชนเมืองลุงแซม โดยอ้างว่าจีนเองก็ตกเป็นเหยื่อของการจารกรรมข้อมูล และหวังว่าจะสามารถร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในการปราบปรามภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้ได้
ด้าน หนิวจุน นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวชื่นชมสุนทรพจน์ของหลี่เค่อเฉียง เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความยึดมั่นในการใช้กระบวนการด้านกฎหมายจัดการปัญหาภายในประเทศ ซึ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลจีนมุ่งมั่นสร้างระบบกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติจีนเปิดฉากขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า การเปลี่ยนถ่ายอำนาจครั้งนี้ท้าทายมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และจีนกำลังเผชิญการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้าที่สุดในรอบ 13 ปี ขณะที่ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนทวีความรุนแรงมากขึ้น







