
อร่อยร้อยลิ้น (18)
ระยะหลังผมมีโอกาสไปแถบคันไซบ่อยๆ เลยมีร้านใหม่ๆ ในโอซากามาแนะนำให้ท่านผู้อ่านอยู่เรื่อยๆ
ระยะหลังผมมีโอกาสไปแถบคันไซบ่อยๆ เลยมีร้านใหม่ๆ ในโอซากามาแนะนำให้ท่านผู้อ่านอยู่เรื่อยๆ
ฉบับนี้ก็มีอีกร้านที่น่าสนใจ เป็นร้านที่คุณโอคาดะ แห่งโรงแรม Osaka Cross พาผมไปนั่งคุยเมื่อรอบไปทำงานให้กับ Kansai Genki! Project ตอนนั้นผมซัดปลาปักเป้าที่ร้าน Genpin Fugu มาเต็มอิ่มแล้ว เลยได้แต่นั่งมองเขารับประทานกันด้วยความริษยา ถ้าไม่รักตัวกลัวอ้วน (ไปกว่านี้) คงร่วมวงกับเขาไปแล้ว จนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสไปนอนที่โรงแรม Osaka Cross มา 3 คืน เลยถือโอกาสไปชิมของอร่อยของที่ร้านนี้มา ร้านนี้ชื่อร้าน Akiyoshi อยู่แถวๆ Dotonbori ไม่ไกลจากสะพานกูลิโกะเท่าไหร่
ร้าน Akiyoshi เป็นร้านขายของเสียบไม้ย่าง (Kushiyaki) ถ้าบอกแบบนี้คนส่วนใหญ่จะนึกถึงร้านขายไก่ย่างแบบญี่ปุ่น (Yakitori) จริงๆก็อารมณ์เดียวกันแหละครับ เพราะในร้าน Kushiyaki ส่วนใหญ่เมนูหลักๆ ก็จะเป็นสารพัดไก่เสียบไม้ย่างเหมือนกับในร้าน Yakitori แต่จะมีเมนูเนื้อสัตว์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ไก่อีกไม่น้อย ส่วนร้านไก่ย่างก็มีเมนูอื่นๆเหมือนกัน แต่จะเป็นพวกผักและกับแกล้มเสียมากกว่าที่จะเป็นเนื้อสัตว์ชนิดอื่น อย่างที่ร้าน Akiyoshi นี้ก็เช่นกันเขามีอาหารหลายหมวดให้เลือกรับประทาน หมวดหลักๆ เลยก็คือของย่าง เมนูเนื้อก็ไม่พ้นสารพัดไก่ หมู และวัว นอกจากนี้ยังมีพริกหยวก ต้นหอม และเห็ดหอมด้วย หมวดถัดมา คือ ของทอด (Agemono) มีทั้งแบบเสียบไม้ (Kushikatsu) และไม่เสียบ หมวดต่อมาเป็นกับแกล้มและหมวดสุดท้ายเป็นของหนักจำพวกข้าว เป็นต้น
แค่เดินเข้าร้านผมก็รู้สึกสนุกแล้วครับ เพราะดูจากบรรยากาศภายในร้านก็รู้ว่าเป็นร้านสำหรับคนทำงานมานั่งกินดื่ม หลังเลิกงานจึงมีบรรยากาศของการผ่อนคลายและสนุกสนานปะปนกันไป เมนูของร้านนี้มีภาอังกฤษให้ด้วย คนไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเอาตัวรอดได้สบายมาก ผมไม่รีรอที่จะสั่งสามเมนูเนื้อ อย่างแรก คือ Jyunkei เขามีภาษาอังกฤษกำกับไว้ว่า Chewy Chicken ผมไม่แน่ใจในความหมายเลยถามเจ้าหน้าที่ดูเขาบอกว่า เนื้อไก่แก่ ผมขำกลิ้งเลย พอเขามาเสิร์ฟถึงร้องอ๋อ มันเหนียวๆ เค็มๆ เคี้ยวมันอร่อยดีครับ จานถัดมา Rosu มีคำแปลติดไว้ว่า Serlion มาตรงตัวเลยครับเป็นเนื้อวัวย่าง นุ่มกว่าเนื้อไก่และอร่อยมากจนต้องสั่งเพิ่ม จานสุดท้ายในชุดแรกเป็นหมูย่าง Buta Rosu อร่อยไม่แพ้ 2 จานแรก แต่ถ้าให้ผมเรียงลำดับความอร่อยก็ต้อง วัว ไก่และหมูครับ ลืมบอกไปว่าจานหนึ่งเขามี 5 ไม้ บนโต๊ะจะมีแผ่นเหล็กร้อนยกพื้นขึ้นมาให้วางของย่าง ทำให้อาหารอุ่นอยู่เสมอ
รอบสองผมสั่ง Piitoro เนื้อแก้มวัวย่างมิโสะ ไม้นี้ต้องรับประทานร้อนๆ ครับ เนื้อแก้มนุ่มๆ ราดซอสมิโสะ เฮ้อ! บรรยายไปหิวไป รสหวานปนเค็มของไม้นี้ยังติดปากผมอยู่เลย เมนูถัดมาเป็นของทอดบ้าง ผมสั่งปีกไก่และน่องไก่ทอดมาอีกอย่างละจาน หนังกรอบเนื้อนุ่มฉ่ำในเพราะไม่ใช่เนื้อไก่แก่ อร่อยจนลืมร้อนเลยครับ ใครเคยรับประทานปีกไก่ทอดของร้าน Greyhound แล้วติดใจต้องไม่พลาดเมนูนี้ ยังไม่หมดครับ ยังมีพริกหยวกและเห็ดหอมย่างมาอีก พริกหยวกไม่เท่าไหร่แต่เห็ดหอมนี่สิครับสุดยอด อร่อยจนต้องเบิลอีกแล้ว
รอบสุดท้ายผมสั่ง Tsukune (เนื้อไก่บดปั้นเป็นลูกเหมือนลูกชิ้น) ลิ้นวัวย่างและปิดท้ายด้วยมะเขือเทศสดๆ ลูกโตขนาดส้มเช้งหั่นเป็นเสี้ยวๆ ราดมายองเนส เนื้อมะเขือเทศหวานฉ่ำเย็นเจี๊ยบช่วยแก้เลี่ยนได้ดีมาก ผมนับไม้ดูได้ร่วม 40 ไม้ กับกระดูกไก่อีกหลายชิ้น อิ่มมากแต่ใจยังอยากจะรับประทานอีก ความรู้สึกแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเจอของอร่อยและถูกปากเท่านั้น ที่สำคัญตอนไปจ่ายตังค์หมดไปแค่ 6,000 กว่าเยนแค่นั้น ผมลืมบอกไปว่าราคานี้ยังมีเบียร์อีก 2 ขวด โค้กอีก 3-4 แก้วด้วย
ร้าน Akiyoshi นี้หาไม่ยาก ตั้งหลักบนสะพานกูลิโกะหันหน้าเข้าหาป้ายกูลิโกะ เดินตรงขึ้นไปในถนน EbisubashiSuji ที่มีร้าน Tsutaya อยู่ปากทาง เลี้ยวตรงซอยแรกขวามือ เข้าไปนิดเดียวร้านจะอยู่ฝั่งซ้าย ของอร่อยถูกปากและถูกตังค์ขนาดนี้ ใครมีโอกาสไปโอซากาถ้าไม่ไปลอง บอกได้คำเดียวว่าเสียดายครับ







