posttoday
สื่อจับตาม็อบเสื้อแดง ฉุดศูนย์กลางธุรกิจไทยอัมพาต

สื่อจับตาม็อบเสื้อแดง ฉุดศูนย์กลางธุรกิจไทยอัมพาต

05 เมษายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — สื่อต่างชาติจับตาม็อบเสื้อแดงยึดแยกราชประสงค์ ฉุดการค้าธุรกิจไทยเสียหายวันละ 500 ล้าน

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายพันคน ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์เป็นวันที่สอง กำลังทำให้ศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ ต้องกลายเป็นอัมพาต จากย่านธุรกิจการค้าที่เคยคราคร่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ร้านค้าต่างๆ กลับต้องปิดร้านกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าถึง 500 ล้านบาทต่อวัน

รายงานระบุว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยังคงยืนยันที่จะไม่เคลื่อนย้ายการชุมนุมออกไปจนกว่ารัฐบาลจะยุบสภาตามข้อเรียกร้อง แม้ว่าฝ่ายรัฐบาลประกาศจะดำเนินการตามกฎหมายให้เด็ดขาดขึ้นก็ตาม

บรรดาร้านค้าและห้างสรรพสินค้าจำนวนมากต้องปิดร้านลงชั่วคราวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ผู้ชุมนุมจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนตามต่างจังหวัด ต่างนอนหลับค้างคืนกันตามฟุตปาทที่เต็มไปด้วยขยะ แม้หลายคนยืนยันที่จะชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ทว่าผู้ชุมนุมจำนวนมากต่างก็อิดโรยจากการประท้วงที่ยาวนานมากว่า 2 สัปดาห์ หลายคนต้องหลบร้อนตามที่ร่มบริเวณทางเข้าห้าง

สถานที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ห้างสยามพารากอน รวมถึงโรงแรมหรูอย่างแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ และอินเตอร์คอนติเนนตัล

ขณะที่เว็บไซต์บลูมเบิร์กก็รายงานถึงสถานการณ์ชุมนุมในกรุงเทพฯ ที่ทำให้ย่านธุรกิจสำคัญในกรุงเทพฯ ต้องปิดตัวลงชั่วคราว บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ต้องปิดห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เช่นเดียวกับที่ห้างสยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรี่ ศูนย์การค้าเกษร และสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นห้างหรูของสินค้าราคาแพง ก็ต้องปิดห้างลงชั่วคราวเช่นกัน

รายงานระบุว่า จนถึงวันนี้การชุมนุมอย่างสงบทำให้นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตลาดที่ถูกที่สุดในเอเชียรองจากปากีสถานและเกาหลีใต้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET Index ปรับเพิ่มขึ้นถึง 10% นับตั้งแต่มีการชุมนุมประท้วง และนับเป็นตลาดที่มีผลประกอบการดีที่สุดในช่วงระยะเวลาดังกล่าว

ด้านบริษัทที่ปรึกษาและประเมินความเสี่ยง พีเอสเอ เอเชีย ระบุว่า หากรัฐบาลดำเนินการเคลียร์พื้นที่สี่แยกราชประสงค์และป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปหรือสร้างความเสียหายตามสถานที่ราชการต่างๆ ความรุนแรงก็อาจปะทุขึ้นมา

“การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงกับคนกรุงเทพฯ ซึ่งเหน็ดเหนื่อยจากความแตกแยกในสังคมและความสูญเสียทางธุรกิจ อาจเกิดขึ้นได้” พีเอสเอ ระบุในจดหมายถึงลูกค้า

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สได้รายงานถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยอ้างบรรดานักวิเคราะห์ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อาจพ่ายแพ้หากมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ในขณะนี้ และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับการค้าการลงทุนในประเทศไทย หลังจากที่ตลาดทุนไทยเพิ่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้ถึงราว 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลอดช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังนักลงทุนเชื่อว่ารัฐบาลจะผ่านพ้นการชุมนุมครั้งนี้ไปได้

บรรดานักเศรษฐศาสตร์ยังเตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการชุมนุมว่า อาจส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลื่อนการตัดสินใจที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป

สำนักข่าวรอยเตอร์สยังได้รายงานถึง 5 ปัจจัยเสี่ยงที่รุมเร้าเอเชียอยู่ในขณะนี้ ซึ่งรวมถึงประเด็นการเมืองไทยเอาไว้ด้วย โดยตั้งคำถามเอาไว้ว่าประเทศไทยจะมั่งคั่งโดยปราศจากความสงบหรือไม่

รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงหลายพันคนผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเดินหน้าชุมนุมประท้วงในกรุงเทพฯ ทว่ากลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังไม่ได้ก่อเหตุหรือนำไปสู่เหตุความรุนแรงตามที่มีความกังวลกันก่อนหน้านี้ และขณะเดียวกันก็ยังไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาลหรือได้ชัยชนะตามข้อเรียกร้องอย่างใดอย่างหนึ่งที่สำคัญ

ขณะเดียวกัน แนวโน้มที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันมากที่สุดในขณะนี้คือ รัฐบาลผสมนำโดยนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ น่าจะผ่านพ้นการชุมนุมประท้วงไปได้ จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปตามกำหนด ในปลายปีหน้า

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก